5 วิธีเที่ยวแบบชิค ณ สุรินทร์ ถิ่นผ้าไหม

10280

ถ้าให้เรานึกถึงเมืองสุรินทร์ ร้อยทั้งร้อยก็ต้องนึกถึงช้างเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน เพราะจังหวัดทางภาคอีสานตอนใต้แห่งนี้โด่งดังเรื่องช้างเป็นอย่างมาก ใครที่แวะเวียนมาก็จะตรงดิ่งไปดูช้างกันแทบจะทุกคน

แต่รู้ไหมว่าเมืองน่ารักแห่งนี้ยังมีของดีที่มองข้ามไม่ได้อีกอย่าง นั่นก็คือผ้าไหมนั่นเอง  วันนี้เราเลยจะพาไปลองท่องเที่ยววิถีใหม่ ๆ ในสุรินทร์ ไปซึมซับวิถีแห่งผ้าไหมกันแบบเต็ม ๆ  และนี่คือวิธีเที่ยววิถีผ้าไหมแบบชิค ๆ ที่เราขอแนะนำ รับรองว่าสนุกกันได้ทั้งครอบครัว

ในคราวนี้จุดหมายหลักของเราจะอยู่ที่ ชุมชนสวาย  ชุมชนที่มีการสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าด้วยวิธีครูพักลักจำจากรุ่นสู่รุ่น  ตั้งแต่สมัยโบราณ  เด็กหญิงของทุกบ้านจะทอผ้าใช้เอง  เมื่อชำนาญก็จะสามารถทำลวดลายยาก ๆ ได้เป็นอย่างดี   ไม่เพียงแค่เด็กหญิงเท่านั้น ทุกวันนี้เด็กชายที่มีความสนใจก็สามารถฝึกหัดได้เช่นกัน

ปัจจุบันบ้านสวายได้กลายเป็นชุมชนทอผ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์    มีการจัดการบริหารที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ตลาดคนซื้อ จึงกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดแห่งนี้

พร้อมแล้วตามเราไปที่บ้านสวายกันเถอะ


1 ลองให้อาหารหนอนไหม ด้วยใบหม่อน

พูดถึงหนอน หลาย ๆ คนอาจจะเบะปากไม่ชอบ แต่เจ้าหนอนไหมพวกนี้แหละที่เป็นต้นกำเนิดของผ้าทอสุดสวยที่วงการเสื้อผ้าชั้นนำระดับโลกใช้กันอยู่  ที่ชุมชนจะมีการปลูกหม่อนหรือถ้าเรียกภาษาอังกฤษให้ดูเก๋ ๆ ก็คือ Mulberry นั่นเอง  เจ้าต้นหม่อนนี่แหละที่นอกจากจะมีลูกที่แสนอร่อยเปรี้ยวอมหวานแล้ว ใบมันก็ยังเป็นอาหารชั้นดีของตัวหนอนไหมอีกด้วย

ที่ชุมชนสวาย เราจะได้ลองเก็บใบหม่อนเพื่อนำมาสับละเอียดและให้อาหารตัวไหมดู ซึ่งไหมพวกนี้เราต้องให้อาหารเค้าแตกต่างกันตามอายุด้วยนะ ตั้งแต่ Level 1-5  ยิ่งโตขึ้นเค้าก็ยิ่งกินอาหารชิ้นใหญ่ได้มากขึ้น  และสุดท้ายเค้าก็จะโตเต็มที่ถึงวัยที่จะพ่นใยออกมาทำดักแด้ วัตถุดิบหลักของการทำเส้นไหมนั่นเอง

นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการทอเส้นไหมแบบโบราณให้ลองสนุกกันด้วย เด็ก ๆ สามารถที่จะทดลองขั้นตอนจากทำเส้นไหมต่าง ๆ กันตั้งแต่ขั้นต้มดักแด้กันเลยทีเดียว โดยวิธีการทำคือ นำไหมสดไปอบให้แห้ง จากนั้นนำไปต้มในน้ำที่สะอาดที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง รังไหมจะเริ่มพองตัวออก ใช้ปลายไม้เกี่ยวเส้นใยออกมารวมกันหลายๆเส้น  จากนั้นจุงทำการสาวไหม

กระซิบนิดนึงว่า ตัวไหมที่ต้มมาใหม่ ๆ เค้าไม่ทิ้งกันนะ เอามาจิ้มเกลือกินอร่อยเลยเชียวล่ะ


2 ย้อมสีจากธรรมชาติ

กิจกรรมที่สนุกกันได้ทั้งครอบครัวแบบง่าย ๆ ปนเลอะนิดหน่อยก็คือกิจกรรมย้อมสีผ้านี่เอง  ที่นี่เค้าใช้สีย้อมจากธรรมชาติล้วน ๆ เลยนะ เช่นสีเหลืองจากเข  สีแดงจากครั่ง   ที่นี่เค้าให้เรียนรู้ตั้งแต่วิธีพับผ้าเป็นลาย การผสมสี การย้อมสี โดยเด็ก ๆ จะสนุกเป็นพิเศษเหมือนเราได้เล่นสีเลย สนุกแถมไม่เป็นอันตรายอีกด้วยนะ เพราะทุกอย่างทำจากธรรมชาติไร้สารเคมีใด ๆ


3 ทดลองทำผ้าไหมเส้นยืน

กรรมวิธีทำเส้นไหมยืนที่สืบทอดกันมาแต่โบราณของชาวสวาย โดยวิธีการทำนั้นให้นำไจเส้นไหมยืนมาสวมใส่เข้ากงเพื่อกรอเส้นไหมเข้าอัก  นำอักที่กรอเส้นไหมแล้วไปทำการค้นเครือเส้นยืน หรือที่เรียกว่า การเดินเส้นยืน 

การเดินเส้นยืนนี่เองที่เราจะได้เข้าร่วมกิจกรรมลองทำกัน โfยใช้พื้นที่ความยาวกว่า 10 เมตรเลยทีเดียว จะต้องละเอียดในการม้วนเส้นมาก ๆ ไม่อย่างนั้นเส้นจะพันกันเสียหมด

นำเครือเส้นยืนที่ค้นเสร็จเรียบร้อยแล้วไปทำการสืบหูกหรือการต่อเส้นยืนกับฟืมทอผ้าที่ได้เตรียมไว้

จากนั้นจะเป็นอีกขั้นตอนที่ยากมากคือการต่อเส้นยืน  นำเส้นไหมเส้นยืนมาผูกต่อกับเส้นด้ายในซี่ฟันหวีโดยทำการต่อที่ละเส้นจนหมดจำนวนเส้นยืน เช่น หากหน้ากว้างของผ้าเท่ากับ 22 หลบ ก็จะต้องทำการต่อเส้นยืนเท่ากับ 1,760 เส้น  แค่คิดก็เหนื่อยแทนแล้ว

เมื่อต่อเส้นไหมเข้ากับเส้นด้ายที่อยู่ในซี่ฟันหวี่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการม้วนเส้นยืนด้วยแผ่นไม้ในกรณีที่เดินเส้นยืนไว้ยาว แต่หากเส้นยืนที่เดินไว้ไม่ยาวมากก็ให้นำไปขึ้นกี่ทอผ้าได้เลย แล้วทำการจัดเรียงระเบียบของเส้นไหมตามช่องฟันฟืมให้เป็นระเบียบของเส้นไหมตามช่องฟันฟืม ทำการขึงตึงเส้นไหมด้วยไม้ม้วนผ้าที่ติดอยู่กับกี่ทอผ้า แล้วค่อยๆผลักฟืมพร้อมตะกอออกจากรอยต่อของเส้นไหมกับเส้นด้าย


4 กระตุกไหมพร้อมชมแหล่งผลิตผ้าไหมจากละครนาคี

ปัจจุบันเนื่องจากความต้องการผ้าไหมมีสูงมากขึ้น แถมด้วยผลพวงจากละครชื่อดังต่าง ๆ ที่นิยมใช้ผ้าไหมไปตัดเป็นชุดของตัวละคร โดยเฉพาะละครย้อนยุค การทำไหมแบบเดิม ๆ จึงอาจจะไม่ทันต่อความต้องการของตลาด ชาวบ้านจึงมีการพัฒนาวิธีการทำผ้าไหมให้รวดเร็วขึ้น เป็นอุสาหกรรมมากขึ้นนั่นเอง

ที่นี่เราสามารถชมกรรมวิธีการผลิตผ้าไหมสมัยใหม่ได้ โดยมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสามารถทดลองทำการกระตุกผ้า และการตากไหม อีกด้วย


5 ทดลองทำและชิมอาหารของวัตถุดิบรอบหมู่บ้าน

หลังจากชมกรรมวิธีทำผ้าไหมมาทั้งหมดจนเต็มอิ่มหัวใจแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะอิ่มท้อง  ที่นี่เค้ามีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการด้วย รวมไปถึงการทำอาหารโดยเก็บวัตถุดิบสด ๆ จากรอบหมู่บ้านมาใส่ในอาหาร ทั้งผัดสด ๆ หลากหลายชนิด ไข่เป็ดจากเล้า  นำมาทำอาหารโดยเตาถ่านแบบโบราณ สนุกตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บวััตถุดิบไปจนถึงตอนลงมือรับประทานเลยทีเดียว


แถม ชมดอกไม้ เพลาเพลิน ก่อนบินกลับ

หลังจากอิ่มเอมกับการชมและทำผ้าไหมแล้ว ก่อนจะบินกลับจากสนามบินบุรีรัมย์ ขอแนะนำให้แวะที่ เพ ลา เพลิน สวนดอกไม้แห่งใหม่แสนสดใสของแถบนี้

ที่ เพ ลา เพลินนั้น เป็นทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สวนน้ำ และสวนดอกไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในแถบอีสานใต้เลยทีเดียว โดยทางสวนดอกไม้นั้นจัดแสดงในโรงเรือนจัดแสดงในธีมต่าง ๆ กันไป บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้นานาพรรณตลอดทั้งปีเลย เพราะที่นี่เค้ากำหนดอุณหภูมิโรงเรือนเอาไว้ให้เหมาะสมกับดอกไม้แต่ละชนิด

ใครที่อยากชมดอกไม้สวย ๆ บานสะพรั่งตลอดทั้งปีในบรรยากาศเย็นสบายก็แนะนำให้แวะที่นี่ได้เลย นอกจากสวนดอกไม้สวย ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รวมถึงร้านขายของที่ระลึกสวย ๆ ให้บริการอีกด้วย

เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์  044-699 435, 087-797 6425  http://www.playlaploen.com


และนั่นคือวิธีการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เราขอนำเสนอกัน แนะนำให้ลองจองกันไปเที่ยวเป็นครอบครัว นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว ยังได้ความรู้ดี ๆ ให้กับเจ้าตัวน้อยอีกด้วยนะ

โดยสามารถติดต่อขอรับการทัวร์โดยชาวบ้านในชุมชนได้ที่  ชุนชมตำบลสวาย จังหวัดสุรินทร์
1. นายสมบัติ อุตมะไหมไทย โทร 084-959- 9747
2. นายก อบต. นายทวีป บุญวร โทร 086-249- 5683
3. อ. อรรคเดช สุพรรณฝ่าย โทร 081-470- 2993
4. นายพจน์ แก้วกมล โทร 081-789- 1511
5.นาย ภิชัยภักดิ์ ยิ้มเป็นยวง โทร 062-264- 2653