10 จุดสุดฟินต้องไป ” เช็คอิน ” ใน HOKKAIDO หน้าร้อน

5457

ยามเมื่อสายลมแห่งความอบอุ่นเริ่มพัดพาเข้าสู่เกาะเหนือของญี่ปุ่น ยามเมื่อสีเขียวเริ่มขึ้นมาแทนที่สีขาวของหิมะที่ปกคลุมมายาวนานหลายเดือน เมื่อนั้นฮอกไกโดก็เข้าสู่ฤดูกาลอันน่าอัศจรรย์อย่างเต็มตัว

ฮอกไกโดเป็นเกาะมหัศจรรย์ที่มีจุดน่าสนใจอย่างมากมาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หรือสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง  วันนี้เราจึงขอมาแนะนำจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่เราห้ามพลาดในเกาะฮอกไกโดฤดูร้อนให้ได้ตามไปฟินกัน

 


SAPPORO

Cityscape of Sapporo at odori Park, Hokkaido, Japan

ซัปโปโร เมืองศูนย์กลางของเกาะฮอกไกโดแห่งนี้เป็นเมืองใหญ่ก็จริงอยู่ แต่นอกจากตึกรามบ้านช่องแล้ว ก็ยังมีสถานที่น่ารัก ๆ ที่น่าสนใจให้เราไปเยือนอีกหลายที่เลยทีเดียว รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน


Hitsujigaoka Observation Hill


IMG_1559 copy

สวนขนาดใหญ่บนเนินเขาที่สามารถมองวิวซัปโปโรได้อย่างชัดแจ้งในเวลาค่ำคืน สัญลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปด้วยคือรูปปั้นของ  professor   William Smith Clarkg เจ้าของวลีดังของญี่ปุ่น  “Boys, be ambitious!” และในช่วงฤดูร้อน ที่นี่จะปลูกลาเวนเดอร์แปลงเล็ก ๆ แต่ที่พิเศษคือสามารถตัดนำกลับไปที่บ้านได้เลย

วิธีการเดินทาง ขับรถจากสถานี Sapporo ราว 30 นาที

ค่าบริการ 520 เยน

แผนที่


Shiroi Koibito Park


IMG_0245

โรงงาน Chocolate ชื่อดังที่เป็นแหล่งผลิตของขนมสุดฮิต Shiroi Koibito นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ และโรงงานผลิตขนมแล้ว  ที่นี่ยังมี Collection ของสะสมหลากหลายให้เดินชม รวมถึงดอกไม้หลายสายพันธุ์ในฤดูร้อนที่สวนภายนอกอาคารอีกด้วย

วิธีการเดินทาง จากสถานี Miyanosawa เดินอีกราว 7 นาที

ค่าบริการ 600 เยน

เบอร์โทร  011-666-1481

แผนที่


ที่พัก Sapporo

SAPPORO PRINCE HOTEL 

IMG_1301 copy

โรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนสายช็อปปิ้ง Tanuki street  เหมาะสำหรับเป็นฐานที่มั่นในการท่องเที่ยวในตัวเมือง จากโรงแรม เดินไปที่ ตรอก Tanuki ใช้เวลาราว 5-10 นาที รอบ ๆ โรงแรมมีร้านสะดวกซื้อและร้าน 100 เยนตั้งอยู่ข้างโรงแรมเลย

ห้องพักเป็นสไตล์ยุโรปกว้างขวางพอสมควร ที่เด็ดคือชั้นสูง ๆ สามารถชมวิวซัปโปโรยามค่ำคืนได้อย่างสวยงามทั้งคืนเลยทีเดียว หรือจะไปชมวิวจากห้องอาหารที่ชั้น 26 ก็ได้ เพราะที่นี่เค้าทำกระจกบานใหญ่ 180 องศา รอบอาคาร มองเห็นวิวได้อย่างสวยงามมากเลยทีเดียว และไม่ต้องกลัวเรื่องการขึ้นลิฟท์นาน เพราะว่าลิฟท์ที่นี่เป็นลิฟท์แก้วที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและมีความเร็วในการขึ้นลงสูงมากเสียด้วย แค่ไม่กี่วินาทีก็ขึ้นถึงชั้นบนแล้ว นอกจากนี้ไลน์อาหารเช้าของที่นี่ก็ยังหลากหลายและอร่อยมากอีกด้วย

ด้านราคานั้น ถูกมากเมื่อเทียบกับสภาพรวมของโรงแรม เพราะเริ่มต้นที่ห้องละ 7,000 เยนเท่านั้น เฉลี่ยแค่คนละ 3,500 เยน ถูกกว่า Hostel หลาย ๆ แห่งเสียอีก ( ราคานี้ไม่รวมอาหารเช้า )

การเดินทาง จากสถานี  Nishijuicchome  แล้วเดินต่อ 3 นาที

แผนที่

+  ใกล้สถานที่ช็อปปิ้ง ,ราคาถูกมาก , ห้องกว้างกว่ามาตรฐาน , วิวสวย (ในชั้นสูง ๆ )

ข้อมูลเพิ่มเติม


FURANO

ดินแดนแห่งธรรมชาติที่สวยงามทั้งฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะ และฤดูร้อนที่ปกคลุมด้วยทุ่งดอกไม้หลากหลายสี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารที่อร่อยแบบสุด ๆ อีกด้วย

flower blooming in Japan


Tomita farm


flower blooming in Japan

ทุ่งดอกไม้แสนสวยงามที่มีจุดเด่นที่ทุ่งลาเวนเดอร์สุดสวยงาม และถ้านั่นยังไม่พอที่นี่ยังเตรียมทุ่งดอกไม้หลากสีเอาไว้ให้ถ่ายรูปแบบอลังการอีกด้วย

ใครที่คลั่งไคล้ในดอกไม้ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

วิธีการเดินทาง จากสถานี Lavender Batake เดินอีกราว 3 นาที

เบอร์โทร  +81 167-39-3939

แผนที่


Aoiike blue pond


flower blooming in Japan

วิธีการเดินทาง ขับรถจาก Furano ไปราว 1 ชั่วโมง

แผนที่


Ningle terrace


flower blooming in Japan

บริเวณชานเมือง Furano  บ้านไม้ซุงจำนวนสิบกว่าหลังตั้งอยู่กลางป่า  แต่ละหลังก็เปิดเป็นร้านค้าที่น่าเลือกซื้อหาไปเสียทุกอย่าง ที่นั่นคือ  Nigle terrace นั่นเอง

ที่นี่มี Concept เป็นดินแดนเทพนิยาย จึงตกแต่งให้เหมือนกับแดนของภูติ โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เปิดไฟอย่างสวยงาม ใครมาที่นี่นอกจากจะเดินเล่น ถ่ายรูปแล้ว ก็ยังสามารถแวะกินขนมกับกาแฟที่ร้านกาแฟสุดน่ารักที่อยู่ข้างในได้ด้วย

วิธีการเดินทาง ขับรถจาก Furano ไปราว 25 นาที

แผนที่


Shikisai-no-oka


flower blooming in Japan

สวนดอกไม้แบบ Panoramic view อีกแห่งหนึ่งที่โด่งดังมากที่สุดใน Hokkaido ที่นี่มีจุดเด่นที่ทุ่งดอกไม้หลากหลาย และฉากหลังที่เป็นเนินเขาเล็ก ๆ สลับซับซ้อน ดูสวยงามสุดลูกหูลูกตา

นอกจากการเดินชมสวนแล้ว ยังให้บริการรถนำเที่ยวอีกด้วย หรือใครจะเช่ารถกอล์ฟขับเองก็สามารถทำได้ ภายในสวนยังมีของที่ระลึกต่าง ๆ ขายอีกด้วย และแน่นอนรวมถึงของกินแสนอร่อยที่เอามายั่วน้ำลายกันตั้งแต่ทางเข้าสวน

ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชม แต่มีกล่องรับบริจาคค่าดูแลสวนคนละ 200 เยน ตั้งอยู่

วิธีการเดินทาง ขับรถจาก Furano ราว 1 ชั่วโมง

เบอร์โทร 0166-95-2758

แผนที่


Furano Cheese Factory


IMG_0104

โรงงานชีสที่ไม่ใช่แค่ผลิตชีสให้ดูเฉย ๆ แต่เรายังสามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมหลาย ๆ อย่างได้ด้วย ทั้งการทำพิซซ่า ทำไอศกรีม และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นี่มีส่วนจัดแสดงการทำชีสและมีตัวอย่างให้ชิมด้วย

ในบริเวณยังมีขายทั้งไอศกรีม พิซซ่า ชีส รวมถึงของที่ระลึกต่าง ๆ อีกด้วย เหมาะที่จะใช้เป็นจุดแวะพักระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวทุ่งดอกไม้

วิธีการเดินทาง Taxi จากสถานี Furano ราว 5 นาที

เวลาทำการ 9:00-17:00

เบอร์โทร +81 167 23 1156

แผนที่


ที่พัก FURANO

NEW FURANO PRINCE HOTEL 

flower blooming in Japan

โรงแรมหรูที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณเชิงเขาใน Furano  ที่นี่นอกจากจะเป็นโรงแรมแล้ว ยังถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะในบริเวณโรงแรมนั้นมีทั้ง  Ningle terrace ที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ Furano และ Windy garden สถานที่ถ่ายทำละครหลาย ๆ เรื่องของญี่ปุ่น รวมถึงกระเช้าขึ้นไปจุดชมวิวอีกด้วย

ตัวโรงแรมนั้นกว้างขวางเป็นอย่างมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเลย ทั้งโถงต้อนรับที่กว้างใหญ่ ( มาก )  ออนเซนที่มีทั้งภายในและภายนอกอาคาร ที่ซื้อของที่ระลึก ห้องอาหารหลายห้อง ที่ให้บริการบุฟเฟ่ต์ขาปูที่คนไทยชื่นชอบก็มีให้บริการที่นี่ในราคาที่ไม่แพงเลย ประมาณคนละพันกว่าบาทเท่านั้น

ห้องพักเป็นสไตล์ยุโรปที่เรียบง่าย แต่จุดเด่นคือสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ Furano ได้อย่างสวยงาม เพราะโรงแรมตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงนั่นเอง

ราคาเริ่มต้นอาจจะสูงกว่าสาขาอื่น ๆ ซักหน่อย ( ราว 5,500 บาทต่อห้อง ) แต่แลกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาก็ถือว่าคุ้มราคามาก

ราคาเริ่มต้น 17,000 เยนต่อห้อง

การเดินทาง ขับรถจาก Furano ไปราว 25 นาที

แผนที่

+  ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ,สำอำนวยความสะดวกเยอะ , วิวสวย (ในชั้นสูง ๆ )

ข้อมูลเพิ่มเติม


HAKODATE

IMG_9656 copy copy


Mt. Hakodate


Hakodate City view from Mountain Hakodate, winter season, Hokkaido, Japan

จุดชมวิวที่ว่ากันว่าสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เพราะมีเอกลักษณ์ตรงเป็นแผ่นดินที่ขนาบสองข้างด้วยทะเล ในยามค่ำคืนแสงไฟระยิบระยับสวยงามมาก

เนื่องจากจุดชมวิวที่นี่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้คิวรอขึ้นกระเช้าขึ้นไปที่ยอดเขายาวมาก แนะนำให้ไปรอเสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ทันเวลาพระอาทิตย์ตก

วิธีการเดินทาง เดินจากป้ายรถราง Jujigai  ประมาณ 600 เมตร

เวลาเปิด-ปิด 10:00 – 22:00 น

ค่าบริการ  กระเช้าไป กลับ 1160 เยน

แผนที่


Goryokaku


Goryokaku Park Top view where is star of building for protect city build in 1855 and use a lot of worker to build its in Hakodate ,Hokkaido ,Japn

ไปฮอกไกโดอย่าพลาดที่จะไปขึ้นหอ Goryokaku เพื่อที่จะมองป้อมรูปดาวห้าแฉก Goryokaku จากมุมสูงทีเดียวเชียว เพราะป้อมแห่งนี้ถ้าเดินที่ระดับสายตาก็อาจจะไม่ได้เห็นความพิเศษอะไรมากนัก แต่เมื่อมองจากมุมสูงกว่า 90 เมตรของหอคอยแล้ว เราจะเห็นรูปร่างดาวห้าแฉกของป้อมอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

วิธีการเดินทาง รถรางสาย 2 หรือ 5 ลงป้าย Goryokaku-koen-mae

เวลาเปิด-ปิด 08:00 – 19:00 น.

ค่าบริการ  880 เยน

แผนที่


ที่พัก HAKODATE

HAKODATE ONUMA PRINCE HOTEL 

DJI_0473 copy

 

ถ้าพูดถึง Hakodate บางทีเราจะนึกถึงเมืองท่า ริมทะเล แต่ห่างจากบริเวณตัวเมืองโดยรถไฟไปราว 15 นาที โรงแรม HAKODATE ONUMA PRINCE ตั้งสงบอยู่กลางป่าเขาอันเขียวขจี

ที่นี่ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติ ทำให้มีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก เหมาะสำหรับคนที่มีรถขับมากกว่า เพราะสามารถขับรถท่องเที่ยวบริเวณนอกเมืองที่มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งสวนสาธารณะสวย ๆ ทะเลสาบกว้างใหญ่ที่น้ำใสเหมือนกระจก หรือโรงงานผลิตนมรสเลิศ

ห้องพักที่นี่ถูกออกแบบให้เห็นวิวทุกห้อง รูปร่างอาคารจึงเป็นแนวยาวดูแปลกตา วิวที่มองเห็นก็จะเป็นบริเวณยอดเขาทั้งหลายที่แสนสวยงามทั้งเวลาเช้าและเย็น

ราคาเริ่มต้น 15,000 เยนต่อห้อง

การเดินทาง ขับรถจาก Hakodate ไปราว 30 นาที

แผนที่

+  อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ,สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ , วิวสวย สงบ , มีกิจกรรม

– ไกลจากตัวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ต้องมีรถขับ

ข้อมูลเพิ่มเติม


NOBORITBETSU

IMG_0001 copy

ดินแดนน้ำพุร้อนที่แสนสวยงามแห่งนี้มี Landscape ที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก ด้วยความที่เป็นพื้นที่ภูเขาไฟ และปัจจุบันก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ ทำให้แถบนี้เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องน้ำพุร้อนเป็นอย่างมาก


Jigokudani


IMG_9939 copy

ชื่อแปลเป็นไทยได้ประมาณว่า หุบเขานรก  เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ทำให้มีไอน้ำและน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอยู่ตลอดเวลา และยิ่งบวกกับภูมิประเทศที่เป็นดินแดง และภูเขารูปร่างแหลมคม ทำให้เสมือนเป็นภาพจำลองของนรกสำหรับชาวญี่ปุ่น

แต่การไปเที่ยวไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะทางการได้สำรวจพื้นที่และทำทางเดินที่ปลอดภัยไว้แล้ว เราสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างสบายใจทั้งเวลากลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่จะมีการประดับไฟทางเดินอย่างสวยงาม

วิธีการเดินทาง เดินจากบริเวณตัวเมืองราว 15 นาที

แผนที่


ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ประจำ Noboribetsu

Mr.Abe of Noboribetsu Gateway Center Inc.

web:http://gwc.noboribetsu.co.jp/

E-mail:contact@noboribetsu.co.jp

Map: http://gwc.noboribetsu.co.jp/?page_id=571

 


การเดินทางมา HOKKAIDO 

เราสามารถเดินทางมาถึง Hokkaido ได้ทั้งทางรถไฟจากโตเกียว และเครื่องบินจากเมืองไทย โดยอาจจะลงเครื่องที่โตเกียวแล้วไล่เที่ยวขึ้นมาเรื่อย ๆ และกลับทางฮอกไกโดก็ได้

ในทริปนี้เราเดินทางด้วย Hongkong airlines  ซึ่งมีเพิ่งเปิดทำการบินสู่โตเกียว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2016 นี่เอง เราจึงทำการบินลงที่ Tokyo และกลับจากทาง HOKKAIDO โดยการเดินทางเข้าทางโตเกียวสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://travelkanuman.com/food/cutecafe/

IMG_8124

ส่วนขากลับจาก HOKKAIDO นั้น เปิดให้บริการมาก่อนหน้านี้แล้ว ข้อดีที่สุดสำหรับการนั่งสายการบินนี้ก็คือเวลาการเดินทาง เพราะว่าเครื่องออกจาก Hokkaido ช่วงเย็น ทำให้เราสามารถเดินเที่ยวเล่นในสนามบิน New Chitose ซึ่งมีสถานที่เที่ยวเยอะมาก ๆ ได้อย่างสบายใจ

IMG_9916 copy

ฉะนั้นถ้าให้แนะนำแล้วล่ะก็เดินทางด้วยสายการบิน Hongkong airlines แล้วเดินทางมาสนามบินราวเที่ยง ฝากกระเป๋า และหาอะไรอร่อย ๆ กินที่สนามบิน จากนั้นก็เที่ยวชมสนามบินที่มีทั้งห้าง ร้านขายของฝาก Doraemon museum  ร้าน ROYCE สาขาใหญ่ รางเมนสตรีท   เรียกได้ว่ามีเวลา 4-5 ชั่วโมงยังเที่ยวชมไม่หมดเลย

logohk

การเดินทางด้วยรถไฟจากโตเกียวสู่ฮอกไกโด

หลังจากมีการเปิดใช้ Hokkaido shinkansen ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 การนั่งรถไฟมาฮอกไกโดก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว เพราะสามารถนั่งรถตรงจาก โตเกียวสู่ฮาโกดาเตะ โดยใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

การนั่งรถไฟมีข้อดีหลายอย่างเลย อย่างแรกคือเราไม่ต้องเสียเวลาเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง  และหากเราวางแผนที่จะเที่ยวฮาโกดาเตะ หรือ โนโบริเบทสุ อยู่แล้ว การเดินทางโดยรถไฟ ทำให้เราไม่ต้องเดินทางย้อนไปมา ไล่เที่ยวขึ้นไปจากโตเกียวได้เลย

ตั๋วโดยสารแบบเหมาจ่าย  JR East-South Hokkaido Rail Pass  มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 27,000 เยน (ประมาณ 9,000 บาท)  สามารถใช้งานได้ 6 วันแบบไม่ต่อเนื่อง ภายใน 14 วัน ใครที่วางแผนจะเที่ยวจากโตเกียวขึ้นเหนือไปยาว ๆ ก็น่าจะคุ้มค่าอยู่มาก

jreasthkdrailpass