รับฤดูใบไม้ผลิกับ 5 เมืองดอกไม้บานสะพรั่งที่ต้องไป selfie

11478

สำหรับคนในประเทศเขตร้อนอย่างชาวไทยเราที่ทั้งปีมีแค่ฤดูร้อนกับฤดูฝนแล้ว ( ฤดูหนาวไม่ค่อยอยากจะนับ ) ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนและบางทีก็ลามไปถึงสิงหาคม นับเป็นช่วงเวลาที่ไม่อยากพบเจอเป็นอย่างยิ่งสำหรับหลาย ๆ คน เพราะเป็นช่วงที่ร้อนระอุมากที่สุดของปี เดินไปไหนมาไหนก็เหงื่อออกเป็นสายน้ำ

แต่สำหรับหลาย ๆ ประเทศในเขตอากาศอบอุ่น  ช่วงเวลาดังกล่าวกลับเป็นสวรรค์บนดินของพวกเขา นั่นเป็นเพราะเป็นเดือนที่ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ต่อเนื่องไปถึงฤดูร้อน จากที่ต้องทนหนาวจนแทบจะเข้ากระดูก ก็พลันอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมา อากาศในช่วงนี้กำลังเย็นสบาย อุณหภูมิเริ่มอบอุ่นขึ้นอยู่ในระดับ 15-25 องศา

และที่สำคัญเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้นานาพรรณเริ่มบานสะพรั่งอวดสีสันให้ใคร ๆ ได้พบเจอ

เมืองต่าง ๆ หลายเมืองในโลก เลยถือโอกาสนี้จัดเทศกาลชมดอกไม้กับอย่างครึกครื้น เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง วันนี้เราจึงขอเสนอเมืองที่ดอกไม้บานสะพรั่งให้ชาวเราได้ลองไปสัมผัสบรรยากาศที่แสนสดชื่นกัน และที่สำคัญทุกที่นั้นไปแล้วก็ได้ถ่ายรูป SELFIE สวย ๆ กันเป็นของแถมด้วยล่ะ

ขอเชิญพบกับ


FURANO


ดินแดนแห่งธรรมชาติที่สวยงามทั้งฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะ และฤดูร้อนที่ปกคลุมด้วยทุ่งดอกไม้หลากหลายสี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารที่อร่อยแบบสุด ๆ อีกด้วย

ที่นี่อุดมไปด้วยสวนดอกไม้แบบ Panoramic view ที่โด่งดังมากที่สุดในเกาะ Hokkaido ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น  มีจุดเด่นที่ทุ่งดอกไม้หลากหลาย และฉากหลังที่เป็นเนินเขาเล็ก ๆ สลับซับซ้อน ดูสวยงามสุดลูกหูลูกตา

นอกจากการเดินชมสวนแล้ว หลาย ๆ ที่ยังมีให้บริการรถนำเที่ยวอีกด้วย หรือใครจะเช่ารถกอล์ฟขับเองก็สามารถทำได้ ภายในสวนหลาย ๆ แห่งยังมีของที่ระลึกต่าง ๆ ขายอีกด้วย และแน่นอนรวมถึงของกินแสนอร่อยที่เอามายั่วน้ำลายกันตั้งแต่ทางเข้าสวน

อีกที่หนึ่งที่พลาดไม่ได้อยู่ที่บริเวณชานเมือง Furano  บ้านไม้ซุงจำนวนสิบกว่าหลังตั้งอยู่กลางป่า  แต่ละหลังก็เปิดเป็นร้านค้าที่น่าเลือกซื้อหาไปเสียทุกอย่าง ที่นั่นคือ  Nigle terrace นั่นเอง

ที่นี่มี Concept เป็นดินแดนเทพนิยาย จึงตกแต่งให้เหมือนกับแดนของภูติ โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เปิดไฟอย่างสวยงาม ใครมาที่นี่นอกจากจะเดินเล่น ถ่ายรูปแล้ว ก็ยังสามารถแวะกินขนมกับกาแฟที่ร้านกาแฟสุดน่ารักที่อยู่ข้างในได้ด้วย

นอกจากนั้นยังมีที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อย่างโรงงานชีสที่ไม่ใช่แค่ผลิตชีสให้ดูเฉย ๆ แต่เรายังสามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมหลาย ๆ อย่างได้ด้วย ทั้งการทำพิซซ่า ทำไอศกรีม และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นี่มีส่วนจัดแสดงการทำชีสและมีตัวอย่างให้ชิมด้วย

ในบริเวณยังมีขายทั้งไอศกรีม พิซซ่า ชีส รวมถึงของที่ระลึกต่าง ๆ อีกด้วย เหมาะที่จะใช้เป็นจุดแวะพักระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวทุ่งดอกไม้

ช่วงเวลาน่าเที่ยว กรกฎาคม

การเดินทาง  บินลงที่สนามบิน CHITOSE และจากนั้นเราสามารถเดินทางเที่ยวทางรถไฟได้ แต่จะสะดวกกว่าหากเช่ารถขับ ซึ่งค่าเช่ารถก็ตกราววันละพันกว่าบาทเท่านั้นเอง


PROVENCE


ถ้าพูดถึงดินแดนแห่งดอกไม้อันดับต้น ๆ ของโลก เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องยกตำแหน่งชนะเลิศให้กับ Provence เป็นแน่แท้

purple lavender flowers in the field

Provence ถือเป็นหนึ่งในต้นตำหรับสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งแรก ๆ ของโลกนี้ก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีการปลูกต้นลาเวนเดอร์มาอย่างช้านานแล้ว จากที่ปลูกเพื่อใช้กันเอง จนเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นพรรณไม้ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนจำนวนมากในดินแดนนี้มาอย่างยาวนาน จนชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะทุ่งดอกไม้ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุด

ที่นี่จะไม่เหมือนที่ญี่ปุ่น ถึงแม้จะเป็นทุ่งดอกไม้เหมือนกัน แต่บรรยากาศเงียบสงบกว่ามาก ไม่มีร้านรวงมาออกคึกคัก  ไม่ได้มีตลาดขายของใหญ่โต มีเพียงทุ่งโล่งกว้างใหญ่สีม่วงสุดลูกหูลูกตาเท่านั้น เหมาะสำหรับคนชอบความสงบเป็นที่สุด

ถ้ามาเที่ยวที่แถบนี้นอกจากจะชมทุ่งดอกไม้ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งแล้ว ก็อยากให้ลองแวะเมืองต่าง ๆ อย่างเช่น Aix-en-Provence ,Marseille , Nice หรือเมืองเล็ก ๆ อื่น ๆ ด้วย เพราะเมืองละแวกนี้สวยงามแทบทั้งสิ้น ถ้าขับรถเที่ยวด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่

purple lavender flowers in the field

ช่วงเวลาน่าเที่ยว กรกฎาคม

การเดินทาง  บินลงที่สนามบิน Marseille แล้วต่อรถบัส หรือจะเช่ารถขับก็ได้


LISSE


HOLLAND ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งทิวลิป ในช่วงฤดูใบไม้ผลิดอกทิวลิปหลากสีสันแข่งกันเบ่งบานไปทั่วทั้งบริเวณ ตลอดเส้นทางกว่า10 กิโลเมตร เราจะพบกับทุ่งทิวลิปสุดลูกตา สลับสีอย่างสวยงามที่สุด

มีทุ่งดอกไม้หลายแห่งในโลกที่เปิดให้เข้าชมฟรี และที่มาเป็นอันดับหนึ่งเสมอก็คือทุ่งดอกไม้ที่ LISSE ฮอลแลนด์นั่นเอง โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักจะเสียเงินเข้าไปชมสวนดอกไม้ในเคอเคนฮอฟก่อนแล้วก็กลับ  แต่รอบ ๆ บริเวณนั้นยังมีทุ่งดอกไม้อันกว้างใหญ่ไพศาลรออยู่  โดยที่ส่วนใหญ่ให้ชมฟรี แต่ต้องระวัง อย่าไปเหยียบดอกไม้ของเขาเข้าล่ะ เพราะเขาปลูกไว้ขาย

ถ้าอยากสัมผัสอย่างใกล้ชิดแบบได้บรรยากาศที่สุดต้องปั่นจักรยานชม หรือไม่ก็เช่ารถขับ แต่การปั่นจักรยานจะได้อารมณ์สุนทรีย์มากกว่าตรงที่สามารถละเลียดกับวิวทิวทัศน์รอบข้างได้เต็มตาแบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ อยากจะจอดตรงไหนก็จอดได้ ไม่ต้องหาที่จอดรถ  จะมองซ้ายมองขวาก็เต็มตา

ช่วงฤดูใบไม้ผลิในแถบนั้นอากาศกำลังเย็น ๆ สบาย ปั่นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ไปสดชื่นที่สุด โดยเราสามารถเช่าจักรยานได้ที่ใกล้ ๆ สวนเคอเคนฮอฟ ราคาประมาณวันละ 15-20 ยูโร ( 650 -800 บาท )

ช่วงเวลาน่าเที่ยว ช่วงเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม

การเดินทาง ลงสนามบิน Schiphol จะมีรถบัสตรงไปที่ LISSE หน้าสวนเคอเคนฮอฟเลย


KAWAGUSHIKO


ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวอันมากมายของประเทศญี่ปุ่นนั้น ภูเขาไฟฟูจิ ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบ TOP HIT  สำหรับทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเสมอมา ด้วยรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ ความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้การเที่ยวฟูจิเป็นเรื่องง่ายที่ใคร ๆ ก็ทำได้

ที่จริงแล้วฟูจิสามารถเที่ยวชมได้จากจุดต่าง ๆ มากมายหลายสิบจุด แต่เส้นทางแนะนำสำหรับมือใหม่ก็คงไม่พ้นรูทยอดนิยมที่จะออกจากโตเกียว นั่งบัสไปที่ Kawaguchiko และชมฟูจิอย่างเต็มตาจากบริเวณทะเลสาบ

และในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ณ Oishi park สวนริมทะเลสาบแห่งหนึ่งที่ปกติก็จะเหมือนสวนสาธารณะทั่ว ๆ ไป แต่ในช่วงฤดูร้อนจะมีดอกไม้บานเต็มสวนไปหมด เหมาะกับการเที่ยวชมดอกไม้พร้อม ๆ กับฟูจิ และไฮไลท์สุด ๆ ก็คือช่วงต้นกรกฎาคมที่มีดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งทั้งสวน ถือเป็นช่วงที่สวยงามมากที่สุดของปีเลย รอบ ๆ สวนมีร้านกาแฟและแผงลอยขายอาหารหลายแห่ง จะนั่งปิคนิคที่นี่ก็เป็นความคิดที่ดีไม่หยอก

ช่วงเวลาน่าเที่ยว กรกฎาคม สำหรับลาเวนเดอร์

การเดินทาง ลงที่สนามบิน Narita หรือ Haneda ในโตเกียว และต่อรถบัสที่ชินจูกุราว 2 ชั่วโมง


GARDEN BY THE BAY


สิงคโปร์อาจจะเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถจะทำการเพาะปลูกอะไรได้มากมายด้วยพื้นที่ที่จำกัด และที่สำคัญสภาพอากาศร้อนตลอดทั้งปี  ทำให้ดอกไม้หลาย ๆ ชนิดไม่สามารถขึ้นได้ตามธรรมชาติ  ดังนั้นแล้วที่นี่จึงเนรมิตรโดมขนาดยักษ์เพื่อปลูกดอกไม้เสียเลย   และในปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตที่สุดของสิงคโปร์ในชั่วโมงนี้  สวนภายในอาคารที่ถูกจัดว่าเป็น 1 ใน10 สวนภายในอาคารที่ดีที่สุดในโลก

สวนนี้มีความเป็นที่สุดหลายอย่าง ไล่ตั้งแต่รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ล้ำยุคสุดบรรยาย  การรวมเอาพรรณไม้ต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลกมาปลูกไว้ รวมถึงต้นไม้จำลองขนาดยักษ์ที่ใครเห็นก็ต้องตะลึงกัน  โดยโดมพรรณไม้แบ่งออกเป็น Cloud forest (ป่าเหยียบเมฆ) และ Flower dome (โดมดอกไม้)

ในส่วนของ CLOUD FOREST จะจำลองเอาป่าในพื้นที่สูงมาไว้ภายในอาคาร โดยมีจุดเด่นอยู่ที่น้ำตกจำลองที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย ภายในอากาศเย็นและชื้น สมกับที่เป็นป่าในที่สูงจริง ๆ

อีกส่วนหนึ่งเป็นโดมดอกไม้ที่จะพาเราไปสัมผัสกับดอกไม้นานาพรรณจากทั่วทุกมุมโลกจัดแสดงหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นทิวลิปหรือ ซากุระ  ต้นไม้ในเขตร้อนหรือหนาว ขนาดเล็กหรือใหญ่ ที่นี่มีให้พร้อมสรรพ

และที่เป็นจุดเด่นที่สุดอีกอย่างก็คือ SUPERTREE GROVE  ที่เป็นต้นไม้ยักษ์ 18ต้น ทำเป็นสวนแนวตั้ง ตั้งเด่นประชันกับ อาคารเด่น ๆ ในบริเวณอ่าวอย่างไม่เกรงกลัวกันเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังมีบริเวณอื่น ๆ เช่นสวนน้ำสำหรับเด็ก หรือสวนดอกไม้ภายในอีกด้วย ถ้าจะมาเที่ยวชมทั้งหมดก็อาจจะต้องเตรียมเวลาไว้ 1 วันเต็มเลย

ช่วงเวลาน่าเที่ยว ทั้งปี

การเดินทาง ลงเครื่องที่สิงคโปร์แล้วนั่งรถไฟฟ้าจากในเมือง หรือ TAXI ก็ได้


และนั่นคือสวนดอกไม้สุดสวยที่เราได้ไปเยือนมา และขอแนะนำให้ทุกคนได้ไปสัมผัส  แต่ยังมีสวนดอกไม้อื่น ๆ ในโลกนี้อีกมากที่รอเราไปสัมผัสอยู่ ถ้ามีโอกาสเราจะมาอัพเดทกันอย่างแน่นอน