Sound of Africa : เสียงเพรียกจากกาฬทวีป EP1: South Africa to Namibia

1675

สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ เมื่อถูกถามว่าทวีปไหนที่ดูลึกลับมากที่สุด ส่วนใหญ่คำตอบมักจะไม่พ้นทวีปแอฟริกา

อาจจะเพราะด้วยภาพลักษณ์ที่สื่อนำเสนอ หรือรูปร่างหน้าตาและการดำเนินชีวิตที่ดูแตกต่างจากชาวเอเชียค่อนข้างมาก ทำให้เราไม่ค่อยคุ้นชินกับอะไร ๆ ที่เป็นแอฟริกาเท่าไรนัก เรื่องที่คิดจะเดินทางไปท่องเที่ยวนั้นยิ่งเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากความคิดของนักเดินทางชาวไทยอย่างมากเลยทีเดียว

หลาย ๆ คนมักจะถามว่าไปแอฟริกาแล้วจะมีอะไรให้เที่ยวนอกจากไปดูสิงสาราสัตว์?  ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วแอฟริกาเป็นทวีปที่มีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวมากทีเดียว ตั้งแต่ภูเขาหิมะ ไปจนถึงทะเลทราย ที่ดินรกร้างไปจนถึงเมืองใหญ่  ฉะนั้นวันนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จักกับแอฟริกาตอนใต้ หนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจมากที่สุดของแอฟริกา รับรองว่าแอฟริกาในความคิดของหลาย ๆ คนจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

ที่เราจะแนะนำให้รู้จักกันในวันนี้คือบริเวณแอฟริกาตอนใต้ เนื่องจากแอฟริกาเป็นทวีปที่กว้างใหญ่ ทำให้การท่องเที่ยวทีเดียวทั้งทวีปแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างทริปนี้เราใช้เวลาราว 2 เดือน ก็ไปสำรวจได้แค่ราวครึ่งหนึ่งของแอฟริกาตอนใต้เท่านั้นเอง

โดยประเทศในบริเวณนี้ก็ได้แก่ South Africa , Namibia ,  Botswana,  Lesotho,  Swaziland , Zambia , Zimbabwe , Malawi ,  Mozambique , Angola

และดินแดนที่เราไปสำรวจในทริปนี้ได้แก่ SOUTH AFRICA , NAMIBIA , ZAMBIA , ZIMBABWE โดยเราจะเช่ารถขับจาก Capetown ขับเลาะทะเลไปเข้า Namibia และขับเที่ยวใน Namibia ราว 16 วัน ก่อนจะนั่งบัสข้ามไป Zambia และ Zimbabwe ตามลำดับ


SOUTH AFRICA

Table mountain sunset

ถ้าจะพูดว่าแอฟริกาใต้เป็นหัวใจทางด้านเศรษฐกิจของทวีปแอฟริกาก็คงจะไม่ผิดนัก ในอดีตยุคที่การเดินเรือมั่งคั่งและรุ่งเรือง การจะเดินทางจากยุโรปไปเอเชียนั้น อย่างไรเสียก็ต้องผ่านดินแดนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้  ทำให้แผ่นดินทางตอนใต้สุดของประเทศคึกคักและเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตกาล โดยการพัฒนาร่วมกันของชาวยุโรปและชนพื้นถิ่น ทำให้ประเทศนี้มีกลิ่นอายของความเป็นตะวันตกอยู่

โดยเฉพาะ  CAPETOWN ซึ่งเป็นเมืองเอกทางตอนใต้ของแอฟริกาใต้นั้นมีความเป็นยุโรปค่อนข้างมาก  ทั้งสิ่งก่อสร้าง ภาษา ศาสนา และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ โดยมีชาวยุโรป ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส และดัชท์ อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

มีอะไรเที่ยวบ้าง ?

จุดเด่นที่สุดของ CAPETOWN คือ Table mountain ภูเขาลูกใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง เรียกว่าจะมองจากทางไหนก็เห็นเด่นชัดไปเสียทุกทิศทุกทาง  มีความความสูง 1,083 เมตร และด้วยรูปทรงที่แปลกตา  บวกกับระบบนิเวศน์ที่มีเอกลักษณ์บนเขา  ทำให้เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม จนหลายสำนักยกให้เป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดในโลก

Table mountain sunset

การจะขึ้นไปชมบนภูเขา เราต้องขึ้น Cable car ไปชม ได้ความตื่นเต้นไปอีกแบบ ด้านบนมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งร้านอาหาร ห้องน้ำ  ใครที่ชื่นชอบการเดิน treking เค้าก็มีเส้นทางเดินข้ามเขาให้ด้วย จะเดินชั่วครู่แค่ไม่กี่สิบนาทีหรือเดินกันเป็นวัน ๆ ก็เลือกได้ตามใจชอบเลย

view of the city of CapeTown at sunset

นอกจากภูเขาแล้ว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของที่นี่ก็ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น Colony ของเพนกวิ้นแอฟริกันนับพันตัวที่ Boulders Beach  เกาะแมวน้ำ Seal Island ที่เราจะได้ล่องเรือไปพบกับฝูงแมวน้ำมากมายจนแทบไม่เชื่อสายตา  หรือถ้าใครรักความหวาดเสียว จะลองไปดำน้ำในกรงเพื่อสัมผัสฉลามขาวในระยะประชิดก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นแน่นอน  หรือจะไปชมวาฬตัวเป็น ๆ จากแถวแหลม Goodhope ก็มีให้บริการมากมาย

view of the city of CapeTown at sunset
Republic of South Africa. Duiker Island (Seal Island) near Hout Bay (Cape Peninsula, Cape Town)
Penguins walk on the beach. Boulders Beach, Cape Town, South Afric

สำหรับคนที่รักการกินที่นี่ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องเนื้อวัวชั้นเลิศ และไวน์รสดี ในราคาที่ต้องบอกว่าถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับคุณภาพ

Table mountain sunset

ใช้เวลาท่องเที่ยวที่นี่ราว 5-6 วันกำลังดี  ที่จริงจะอยู่นานกว่านี้ก็ได้เพราะกิจกรรมต่าง ๆ มีมากมายจริง ๆ และราคาค่ากิจกรรมรวมถึงค่าครองชีพในแต่ละวันไม่แพงเลย

การเดินทาง

มีหลายสายการบิน บินลงที่ Capetown ทั้งบินตรงและแบบต่อเครื่อง ราคาอยู่ที่ราว 2หมื่นกลาง ๆ ขึ้นไป แล้วแต่โปรโมชั่น  ส่วนการเดินทางใน Capetown มีรถไฟและรสบัสให้บริการค่อนข้างมาก หรือจะใช้การเช่ารถขับก็ไม่ลำบากเท่ใดนัก เพราะพวงมาลัยขวาเหมือนเมืองไทย แถมมีรถเกียร์ออโต้ค่อนข้างมาก

ที่พัก

แนะนำแถบ Camps Bay เพราะสงบและติดกับทะเลที่สามารถเดินลงไปชมวิวได้อย่างปลอดภัย  รวมถึงมีมินิมาร์ทและร้านอาหารอร่อย ๆ ตั้งอยู่เยอะเลย

เราพักที่ Designer Studio Camps Bay คุณป้าเจ้าของใจดี ที่พักดีมาก ถ้าใครเช่ารถขับแนะนำเลย สะดวกมาก ๆ


NAMIBIA

namib desert sossusvlei

ประเทศที่คนไทยน้อยคนนักจะรู้ว่าตั้งอยู่ที่ไหนในแผนที่โลก อีกทั้งยังนึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำไปว่าประเทศนี้มีอะไรโดดเด่นจนต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปเที่ยว

NAMIBIA เป็นประเทศขนาดค่อนข้างใหญ่ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา อยู่ทางตะวันตกของแอฟริกาใต้  ทำให้ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะเช่ารถขับจาก CAPETOWN และขับข้ามชายแดนมาเที่ยว NAMIBIA ต่อเลย

ที่นี่โด่งดังอย่างมากในเรื่องทะเลทรายที่สีและรูปร่างสวยกว่าที่อื่น ๆ  บริเวณทางตอนใต้ของประเทศ ตั้งแต่ชายแดนที่ติดกับแอฟริกา ไล่มาจนถึงกลางประเทศเป็นพื้นที่แล้ง ภูมิประเทศมีทั้งทะเลทรายและแคนยอนเกือบทั้งหมด ส่วนตอนเหนือจะมีความชุ่มชื้นมากกว่า ทำให้เหมาะกับการเที่ยวซาฟารี

ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อมากมายหลายแห่ง โดยในเส้นทางขับรถของเราจะผ่าน FISH RIVER CANYON , GHOST TOWN ( Kolmanskop ) , Sossusvlei , Windhoek , อุทยาน ETOSHA และ Spitzkoppe


FISH RIVER CANYON

Fish River Canyon landscape in Namibia under a blue sky

กลุ่มผาหินสูงชัน ( CANYON ) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ  เกิดจากแม่น้ำฟิชซึ่งไหลคดเคียวไปตามพื้นที่ด้วยความยาวมากกว่า 650 กิโลเมตร ตั้งแต่เมื่อ 500 ล้านปีก่อน ก่อเกิดเป็น CANYON ขนาดใหญ่ นับเป็น CANYON ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากแกรนด์แคนยอนในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกาเท่านั้น   หน้าผาแต่และแห่งมีความสูงถึงกว่า 500 เมตร สลับซับซ้อนซ้อนทับกัน เกิดเป็นวิวที่ยิ่งใหญ่เกิดจะจินตนาการ

Fish River Canyon landscape in Namibia under a blue sky

บริเวณรอบ ๆ CANYON มีที่พักให้บริการหลายแห่ง บางแห่งมีบริการไกด์นำเที่ยวอีกด้วย โดยบางโปรแกรมจะนำเราเดิน Treking ภายใน CANYON โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งอธิบายความเป็นมาของพื้นที่อย่างละเอียด  แต่ถ้าจะให้ดี เช่ารถขับจะสะดวกที่สุด ถึงแม้ถนนหนทางจะไม่ดีสักเท่าใดนักก็ตาม

ที่พัก

ในอุทยานมีที่พักแต่เป็นแบบ Camping อาจจะไม่สะดวกสำหรับหลาย ๆ คน เราเลยแนะนำ  Gondwana Canyon Village ราคาอาจจะแรงสักหน่อย แต่ที่พักสวยคุ้มราคาอยู่


GHOST TOWN ( Kolmanskop )

Abandoned building being taken over by encroaching sand, Kolmanskop ghost town, Namib Desert

ภาพของทรายจำนวนมากกองอยู่ในห้องสภาพเก่า ๆ  ประตูหลุด ๆ หัก ๆ  พร้อมโดนฉาบด้วยแสงสีทองนั้นเป็นภาพที่ดูเหนือจริง  ชวนให้คิดกันไปว่านั่นเป็นภาพกราฟฟิค หรือไม่ก็ฉากที่ถูกจำลองขึ้นมาในหนังแทบทั้งนั้น  แต่แท้จริงแล้วฉากดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ใน NAMIBIA นี่เอง

หมู่บ้านร้าง Kolmanskop  หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า GHOST TOWN นั้นตั้งอยู่ทางภาคใต้ของ NAMIBIA ห่างLUDERITZ ไปประมาณ 10 กิโลเมตร  ในปี 1908 Kolmanskop เติบโตและเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมีการค้นพบเพชรในบริเวณนี้ มีการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ทั้งบ้านเรือน โรงแรม โรงเรียน บ่อนการพนัน เป็นเมืองที่แสนครึกครื้นท่ามกลางทะเลทรายกว่า 30 ปี ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มซบเซาในปี 1950  และค่อย ๆ กลายเป็นเมืองร้างที่ถูกลืมในที่สุด

Abandoned building being taken over by encroaching sand, Kolmanskop ghost town, Namib Desert

ปัจจุบันหลังจากมีผู้เข้าไปสำรวจและถ่ายภาพหมูบ้านร้างออกไปสู่สาธารณชน ทำให้ Kolmanskop โด่งดังขึ้นอย่างมากในฐานะจุดถ่ายรูปที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ที่พัก

ในเมือง LUDERITZ  มีที่พักหลากหลาย ราคาไม่แพงและได้ห้องที่ใหญ่มาก เราพักที่ Zum Anker ราคาแค่คนละ 700-800 บาทต่อคืน แต่ได้ห้องขนาดเกือบ 100 ตารางเมตรสำหรับ 4 คน คุ้มค่ามาก ๆ


ใน EP 2 เราจะพาไปพบกับ ทะเลทรายและเนินที่สุดแสนจะแปลกและสวยงาม ซาฟารีที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเมืองหลวงของ NAMIBIA  คอยติดตามชมได้สัปดาห์หน้า  ระหว่างนี้ชมรูปตัวอย่างไปพลาง ๆ กันก่อน  ^__^