PARIS มหานครแห่งทุกสรรพสิ่ง

1159

ถ้าจะนับว่าเมืองไหนที่คนไทยเราคุ้นเคยและอยากจะไปเยี่ยมเยียนสักครั้งหนึ่งในชีวิตแล้ว เชื่อว่าชื่อของ ปารีส  ( PARIS )  คงจะผุดขึ้นมาในหัวของหลาย ๆ คน อย่างไม่ยากเย็นทีเดียว

ปารีสเป็นเมืองใหญ่มากที่สุดเมืองหนึ่งในทวีปยุโรป มีประชากรมากกว่า 2 ล้านคนในเขตเมือง และกว่า10ล้านคนในบริเวณขอบเขตการปกครองปารีส  เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม ความทันสมัย และแฟชั่น มาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้คนจากทั่วสารทิศจึงต่างมุ่งจุดการเดินทางมาที่เมืองใหญ่แห่งนี้ และนั่นเอง ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกในหลายปีล่าสุด และยังจัดว่าเป็น 1 ใน 4มหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกร่วมกับ ลอนดอน โตเกียวและนิวยอร์คอีกด้วย

กรุงปารีสตั้งอยู่ในเขตฝรั่งเศสตอนเหนือ ใจกลางแคว้น Région parisienne   ศูนย์กลางเมืองอยู่บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำ Seine แม่น้ำใหญ่สายหลักซึ่งเป็นตัวหล่อเลี้ยงเมืองมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล และเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญมากในอดีต ดังจะเห็นว่ามีสิ่งก่อสร้างสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเกาะอยู่ตาม2ฝั่งแม่น้ำเกือบทั้งหมด

ตามบันทึก ประวัติศาสตร์ของปารีสมีมาอย่างยาวนานมากกว่า 2500 ปีแล้ว  โดยในช่วงประมาณ 300ปีก่อนคริสตกาล บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ Seine ถูกปกครองโดนชนเผ่าเซลติค

ในช่วงยุคกลาง ปารีส ได้เจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด  การค้าขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น และสถานะการเงินของเมืองก็มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เอง สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ต่างๆจึงถูกสร้างขึ้นในยุคกลางนี้ เริ่มตั้งแต่ มหาวิหาร Notre dam ในราว คศที่ 12 และในเวลาใกล้เคียงกันก็ยังมีการก่อสร้าง วิหารแซงต์ ชาแปลและLOUVE อีกด้วย

หลังสงครามสิ้นสุดใน คศ ที่14 อูช กาเปต์ (Hugh Capet) ตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศส และได้ก่อตั้งราชวงศ์กาเปเตียงและทำให้เมืองปารีสเป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ก่อนอื่นวางแผนจองตั๋วไปปารีสกันก่อน กับโปรคุ้ม ๆจาก Traveloka EPIC SALE  ที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% โดยสามารถจองตั๋วได้ตั้งแต่วันที่ 25-29 กันยายน 2019 เดินทางได้ถึงปีหน้าเลยนะ

ดูรายละเอียด EPIC SALE และรับส่วนลดสูงสุด 80% ที่ https://www.traveloka.com/en-th/promotion/epicsaleth
จองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส กับ Traveloka ที่ https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-france

การเดินทางมาPARIS


เครื่องบิน  สนามบินหลักคือ Paris-Charles de Gaulle ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปารีสไปประมาณ 25 กิโลเมตร การเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองมีหลากหลายทางดังนี้

รถไฟ จากสนามบิน สามารถนั่งรถไฟสาย RER B เข้าที่เมืองได้เลย เป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว รถไฟจะเข้าถึงใจกลางกรุงปารีสที่สถานี Gare du Nord โดยรถไฟมีให้บริการ  46 ถึง 23.56 ราคา 9.25 ยูโร

รถบัส Roissybusให้บริการจากสนามบินสู่กลางเมือง ตั้งแต่ 6.00-23.00 ราคา 9.25 ยูโร สะดวกสบายสำหรับผู้ที่มีสัมภาระเยอะ

TAXI สำหรับผู้ต้องการความสบาย ราคาค่อนข้างแพง ประมาณ 50ยูโร


อีกสนามบินหนึ่งที่เล็กกว่า แต่ก็มีการใช้งานสูงก็คือ Orly Airport ตั้งอยู่ทางใต้ห่างจากปารีส 13กิโลเมตร โดยการเดินทางเข้าเมืองทำได้ดังนี้

  • รถไฟ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ Antony ซึ่งมีรถให้บริการจากสนามบินมาที่สถานี จากนั้นต่อ RER เข้าเมือง ค่าโดยสารรวมแล้ว 11.30 ยูโร
  • บัส Orly bus บริการเข้าถึงกลางเมืองปารีส ตั้งแต่ 6.00-23.00 ใช้เวลาประมาณ 30นาที ราคา 7.20 ยูโร
  • Taxi ใช้เวลาประมาณ40นาที ราคา 40-50ยูโรโดยประมาณ

รถไฟ     มีรถไฟให้บริการระหว่างประเทศมาที่ปารีสหลายสาย โดย EURO STAR  มีรถให้บริการจาก เกาะอังกฤษ มาลงที่ Paris Gare du Nordและ TGV เชื่อมต่อปารีสกับAMSTERDAM ,BRUSSELSและ Swiss

รถบัส     EUROLINE มีรถบัสเชื่อมต่อกับหลายประเทศทั่วยุโรป ด้วยราคาที่ถูกกว่าการเดินทางชนิดอื่น จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ


การเดินทางในParis


มหานครอย่างปารีสเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่มีการเดินทางสะดวกสบายมาที่สุดในโลก กล่าวกันว่า ทุก ๆ ระยะ 500เมตรในปารีส จะต้องเจอการเดินทางสาธารณะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าไม่ว่าพักที่ใดก็สามารถไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย โดยการเดินทางในปารีสทำได้หลายรูปแบบดังนี้

METRO  ระบบรถไฟใต้ดินมีบริการอย่างทั่วถึงทั้งกรุงปารีส เป็นระบบโดยสารที่สะดวก รวดเร็ว และราคาถูก โดยทั่วทั้งปารีสมีสถานีกว่า 300 สถานี 16 สาย  โดยสังเกตทางลงง่าย ๆ ด้วยสัญลักษณ์ตัว Mสีเหลือง  โดยให้บริการทุกวันตั้งแต่ 6.00 – 00.30 โดยจะมีให้บริการน้อยลงในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยตั๋วมีเวลาการใช้งาน 2ชั่วโมง หากต้องต่อรถโดยออกจากสถานีก็สามารถใช้ตั๋วเดิมได้ในเวลาที่กำหนด โดยตั๋วโดยสารที่สามารถซื้อจากตู้ขายอัตโนมัตินั้นมีดังนี้

ตั๋วเที่ยวเดียว ราคาต่างกันออกไปตามโซน ราคาเที่ยวละ 1.90ยูโร โดยเราสามารถเลือกซื้อตั๋วทีละ 10ใบ เพื่อรับส่วนลดนิดหน่อยได้ด้วย

Day ticket หรือ Ticket mobilis ตั๋ววันที่สามารถใช้เดินทางได้ไม่จำกัดตลอดวัน แบ่งราคาออกตามโซน ดังนี้

  • Zone 1-2  7.50 ยูโร
  • Zone 1-3 10.00 ยูโร
  • Zone 1-4 12.40 ยูโร
  • Zone 1-5 17.80 ยูโร

Multi-day tickets สำหรับใช้หลายวันต่อเนื่อง มีหลายราคาให้เลือก

Paris Metro Week Tickets ตั๋วสำหรับ 1สัปดาห์ หรือ 1เดือน ราคาแบ่งออกตามโซน

RER (suburban express railway) รถไฟที่วิ่งทั้งในปารีสและบริเวณโดยรอบ หากจะเดินทางไปที่ท่องเที่ยวนอกเมืองก็จำเป็นต้องใช้ RER ซึ่งจริงๆแล้วไม่ต่างกับการใช้METRO เท่าไหร่นัก เพราะสถานีหลายๆสถานีก็ใช้ร่วมกัน

BUS เป็นอีกการเดินทางที่สะดวกและเข้าถึงได้ในหลายๆสถานที่ และมีจุดเด่นที่สามารถชมวิวเมืองไปได้ด้วยระหว่างเดินทาง สามารถใช้ร่วมกับบัตรโดยสาร Metro ได้


ATTRACTION IN PARIS


ปารีสอุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมายหลายสิบแห่ง ฉะนั้นเผื่อเวลาสำหรับการเที่ยวมหานครนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 3 คืนนะ


Eiffel tower

เวลาทำการลิฟท์ขึ้นชม 1มกราคม -15 มิถุนายน  9.30-23.45 / 15 มิถุนายน – 1กันยายน  9.00-00.45 / 1กันยายน – 31 ธันวาคม 9.30-23.45

ค่าบริการ  ลิฟท์ขึ้นชั้น 2 8.50 ยูโร/ ลิฟท์ขึ้นชั้นบน 14.50 ยูโร/ ค่าบันไดเดินขึ้น  5.00 ยูโร

การเดินทาง  Metro สถานี Bir-Hakeim

หอคอยสูงนี้ไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของปารีสหรือฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการท่องเที่ยวสำหรับคนทั่วโลก  ไม่ว่าใครก็ตามทั่วโลกต่างก็รู้จักหอไอเฟลไม่จากทางใดก็ทางหนึ่ง

 ตัวหอคอยตั้งอยู่บริเวณ  Champ de Marsริมแม่น้ำ Seine โดยชื่อของหอนั้นตั้งขึ้นตามสถาปนิกผู้ออกแบบ Gustave Eiffel  ซึ่งการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1889 เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงาน EXPO ปี 1889  ซึ่งในขั้นตอนการออกแบบนั้น ตัวหอไอเฟลได้รับคำวิจารณ์จาก Designer ต่าง ๆ ทั่วปารีสว่า เป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าเกลียด แต่จนถึงปัจจุบัน Eiffel ได้พิสูจน์กับคนทั่วโลกแล้วว่า หอสูงนี้ได้เป็นสัญลักษณ์ของปารีสไปเสียแล้ว

หอคอยสูงกว่า 324 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 81 ชั้น โดยในช่วงเวลาที่สร้างเสร็จนั้น ถือว่าเป้นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก แซงหน้าWashington Monumentในสหรัฐอเมริกาและคงตำแหน่งสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกมายาวนานกว่า  41 ปี ก่อนที่จะถูก Chrysler Buildingในนิวยอร์คทำลายสถิติ

หอคอยถูกแบ่งออกเป็น 3ระดับสำหรับเยี่ยมชม  ระดับที่หนึ่งและสอง เป็นร้านอาหาร ซึ่งสามารถชมวิวปารีส 360 องศาได้อย่างเต็มตา ส่วนระดับที่สาม ซึ่งสูงกว่า 276 เมตรนั้นเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป 

เราสามารถเดินขึ้นบันได 300 ขั้น ได้ถึงระดับที่สอง หากต้องการขึ้นไประดับที่สาม จำเป็นต้องเสียค่าลิฟท์ขึ้นไปอีกทีหนึ่ง


Jardins du Trocadéro

การเดินทาง Metro สถานีBir-Hakeim

สวนที่อยู่ตรงข้ามหอไอเฟล โดยมีแม่น้ำ Seine กั้นกลาง ที่สวนแห่งนี้เป้นจุดที่ผู้คนนิยมมาชมหอไอเฟลในมุมที่ว่ากันว่าสวยงามมากที่สุด ทุกเย็นจะเห็นนักท่องเที่ยวมากมายมารอเพื่อถ่ายภาพหอไอเฟลในยามค่ำคืน

จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือน้ำพุFountain of Warsawซึ่งเป็นสระน้ำใสราวกระจกขนาดใหญ่ 2ชั้น ชั้นบนประกอบไปด้วยน้ำพุ หลายจุดที่มีความสูงมากกว่า 12เมตร  และน้ำพุขนาดเล็กอีก 24จุด ประดับเพิ่มความสวยงาม  ส่วนชั้นล่าง มีน้ำพุ 32 จุด ที่สูงกว่า 4เมตร

น้ำพุต่างๆได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดในปี 2011 และได้เปิดให้บริการโชว์เป็นรอบๆในทุกวัน


Louvre

เวลาทำการ 9.00-18.00

ค่าบริการ12 ยูโร

การเดินทาง Metro1 ลงสถานี  LouvreRivoli

พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก  ปรากฏในหนังและนิยายหลาย ๆ เรื่อง และยังนับเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะสมัยใหม่อีกด้วย

ในยุคเริ่มแรก LOUVRE ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการ ในราว คศ ที่ 12 ต่อมาในราว คศที่ 14 Charles Vได้เปลี่ยน LOUVRE เป็นที่อยู่ของราชวงศ์ ก่อนที่ในปี 1546 Francis Iจะทำการปรับปรุงเพิ่มสไตล์  French Renaissanceเข้าไปในตัวอาคาร  และในปี 1682 ราชวงศ์ย้ายไปอยู่ที่พระราชวัง Versailles จึงได้ทำ LOUVRE ให้เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าศิลปินทั้งหลาย  ก่อนจะทำการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1793

ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วย ผลงานจัดแสดงกว่า 35000 ชิ้น ในพื้นที่กว่า 60600 ตารางเมตร และมีผู้เข้าเยี่ยมไม่น้อยกว่า 9.7ล้านคนต่อปี  และนั่นเองทำให้ LOUVREเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในกรุงปารีสอีกด้วย

ที่มีชื่อเสียงไปไม่น้อยกว่าตัวพิพิธภัณฑ์คือ พีรามิดแก้วที่เป็นทางเข้าของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งนับเป็นงานศิลปะชิ้นเอกชิ้นหนึ่งที่ผู้คนมักจะจดจำ และเป็นเสมือนภาพลักษณ์ของ LOUVREไปเสียแล้ว

พีรามิดกระจกนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกาเชื้อสายจีนชื่อดัง I.M.PEI  ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1988  เพื่อใช้เป็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ โดยมาจุดพักก่อนเข้าอยู่ที่ชั้นใต้ดิน โดยหลังจากสร้างพีรามิดแก้วแล้วก็ยังมีการสร้างพีรามิดกลับหัว The Inverse Pyramidซึ่งสามารถมองเห็นได้จากใต้ดิน


Notre dame cathedral

เวลาทำการ    1เมษายน – 30 กันยายน   10.00 -18.30 ( เสาร์อาทิตย์ ในเดือน กค –สค ถึง 23.00 )

1ตุลาคม – 31 มีนาคม 10.00-17.30

ค่าบริการ      8.50 ยูโร สำหรับจุดชมวิว

การเดินทาง   Metroลงสถานี St-Michel

มหาวิหารNortre dame เป็นโบสถ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมแบบ France Gothic และเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอีกด้วย น่าเสียดายที่ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 2019 ทำให้โบสถ์เสียหายในบริเวณกว้าง ขณะนี้กำลังซ่อมบำรุงอยู่ หวังว่าเร็ว ๆ นี้จะกลับมาสวยงามดังเดิม

คำว่าNortre dame แปลว่า Our lady หรือพระแม่เจ้า ซึ่งเป็นคำที่ชาวคริสต์ใช้เรียกพระนางมารีย์ นั่นเอง ในปัจจุบัน โบสถ์ใช้เป็นสถานที่ตั้งของ บัลลังค์ของอาร์คบิชอบแห่งปารีส ซึ่งปัจจุบันคือ Cardinal André Vingt-Trois  และส่วนคลังสมบัติของโบสถ์นั้น เก็บสมบัติล้ำค่าไว้อย่างมากมาย ทั้งมงกุฎหนาม ชิ้นส่วนของไม้กางเขน  และพระนขา(เล็บ) ของพระเยซูคริสต์

ในด้านการออกแบบNortre dam เป็นอาคารแรกในโลกที่ใช้ flying buttress (ตัวค้ำยันโค้งที่สนับสนุนอาคาร) ซึ่งในตอนแรกนั้น ไม่ได้มีการใช้ flying buttress ในตัวอาคาร แต่มีเหตุที่ทำให้ต้องใช้ในภายหลังเนื่องจากเนื่องจากตัวโบสถ์นั้นมีการออกแบบให้ใช้ผนังบางตามแบบสไตล์French Gothic  และมีขนาดใหญ่มาก ทำให้เกิดการแตกร้าวบนตัวอาคาร จึงต้องเสริมโครงสร้างเป็น  flying buttressรอบอาคาร และมีการประดับตกแต่งให้สวยงามในภายหลัง  และมีการประดับประดารูปปั้นต่างๆรอบตัวโบสถ์

ที่ด้านบนของโบสถ์เป็นจุดชมวิวปารีสที่สวยงามมากที่สุดจุดหนึ่ง โดยหากจะขึ้นชมต้องซื้อตั๋ว และเดินขึ้นบันได 387 ขั้นขึ้นไป


Centre pompidou building 

เวลาทำการ  11.00-22.00

ค่าบริการ13 ยูโร

การเดินทาง ลง Metro Rambuteau, Les Halles

อาคารหน้าตาสมัยใหม่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเตะตาผู้ที่สัญจรผ่านไปมาแทบทุกคน ด้วยรูปร่างและสีสันที่สะดุดสายตา Centre pompidou building หรือที่เรียกย่อ ๆในภาษาอังกฤษว่า  pompidou  center  เป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่สร้างขึ้นใจกลางมหานครปารีสตั้งแต่ปี 1977 โดยใช้ชื่อของอดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาเป็นชื่อของพิพิธภัณฑ์

อาคารนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างบ้างในด้านการออกแบบ ซึ่งตัวแบบของอาคารนี้ได้คัดเลือกมาจากแบบประกวดหลายชิ้น และในท้ายที่สุดแบบของ  Renzo Piano ชาวอิตาลี และ Richard Rogers ก็ชนะเลิศไปด้วยแนวคิดเปิดตัวอาคารโล่งให้เห็นโครงสร้างภายใน และพยายามออกแบบให้ตัวอาคารล้อกับโรงงานอุตสาหกรรม หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ เนื่องจากในยุคนั้นเป็นยุคอุตสาหกรรมในยุโรป  ส่วนสีที่แต่งแต้มในส่วนต่าง ๆ นั้นก็แสดงถึง Function ของอาคารด้วย เช่นส่วนที่เป็นระบบไฟฟ้าจะเป็นสีเหลือง ระบบ Circulation และระบบความปลอดภัยจะเป็นสีแดง

อาคารได้รับการชื่นชมจากสื่อหลายแขนงทั่วโลก โดย National geographic ถึงกับกล่าวว่า หากทะเลสาบเนสลอคมีเนซซี่เป็นสัตว์ประหลาด ปารีสเองก็มี pompidouเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์กลางเมืองเช่นเดียวกัน

ภายในของพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ที่หลากหลาย และชั้นบนสุดยังเป็นจุดชมวิวพาโนรามาของเมืองที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย หรือหากเดินบริเวณรอบ ๆ ก็จะพบเจอกับผู้คนมาแสดงความสามารถส่วนตัวกันมากมาย ดูแล้วคึกคักยิ่งนัก


Avenue des champs elysees

เวลาทำการ แล้วแต่ร้านค้าและบริการ

ค่าบริการ

การเดินทาง Metro 1 ลงสถานีChamps-Elysées-Clemenceau

ชื่อที่สาวนักช็อปปิ้งทั่วโลกใฝ่ฝันว่าจะไปเดินซักครั้งหนึ่ง ถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดว่าเป้นหนึ่งในถนนแบรนด์เนมที่ดีที่สุดในโลก

Champs elyseesเป็นถนนที่ทอดยาว 1.91 กิโลเมตรกลางกรุงปารีส เริ่มตั้งแต่ที่ประตูชัย ยาวเรื่อยมา สองข้างทางมีร้านค้าแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเรียงรายกันในลายตาไปหมด และได้ชื่อว่าเป็นถนนที่ค่าเช่าที่แพงที่สุดในยุโรป โดยพื้นที่ประมาณ 90ตารางเมตรมีค่าเช่นถึง 1.5ล้านดอลล่าห์ต่อปี หรือว่า 45ล้านบาททีเดียว   สองข้างทางไม่ได้มีเฉพาะร้านค้าต่าง ๆ นานา เท่านั้น ส่วนปลายของถนนยังเป็นพื้นที่สีเขียว เต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย และยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์รายล้อมหลายแห่ง เช่น Théâtre Marignyโรงละครสำคัญของเมืองในสมัยก่อนและ Grand Palaisพระราชวังแห่งปารีส

หากต้องการมาเที่ยวที่ถนนชื่อดังแห่งนี้ แนะนำให้มาเดินช่วง10.00ถึงค่ำ ๆ เนื่องจากเช้า ๆ ร้านค้าต่าง ๆ ยังไม่เปิดให้บริการ หรือหาก อยากมารับบรรยากาศสงบ ๆ ลองแอบมาช่วงเช้าดู ก็จะได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง เพราะผู้คนมากหน้าหลายตาจะเร่งรีบไปที่ทำงาน บ้างก็นั่งจิบกาแฟตามร้านสองข้างทาง ถ้าอยากร่วมบรรยากาศกับชาวเมืองก็ลองหาร้านกาแฟซักร้าน


Arc de triomphe

เวลาทำการ  10.00-22.30

ค่าบริการ9.50 Euro

การเดินทาง Metro 1/2/6 ลงสถานี Charles-de-Gaulle-Etoile

ประตูชัยในโลกนี้มีกระจายอยู่ทั่วโลกในหลากหลายประเทศ แต่ถ้าหากจะหาประตูชัยที่มีชื่อเสียงและถือว่าเป็นต้นแบบก็ไม่พ้นประตูชัยแห่งปารีส

Arc de triomphe de l’Étoileรู้จักกันดีในชื่อ ประตูชัยฝรั่งเศส ตั้งอยูที่กลางจัตุรัส Place Charles de Gaulleหรือ จัตุรัสแห่งดวงดาว  โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสนุสรณ์แก่เหล่าทหารที่เสียชีวิตจากสงครามในฝรั่งเศส โดยเฉพาะสงครามนโปเลียน

ประตูชัยฝรั่งเศสออกแบบโดยChalgrinใน 1806 ในรูปแบบ นีโอคลาสสิค โดยมีความสูงกว่า 50เมตร ฐานกว้าง 45เมตร ลึก 22เมตร โดยรูปแบบการออกแบบได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจาก Arch of Titusในยุคโรมัน โดยนับว่าเป็นซุ้มประตูชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งมีการสร้าง ประตูชัย Monumento a la Revoluciónขึ้นในเม็กซิโกในปี 1938

หากดูข้างในเสาประตูชัย จะเห็นรายชื่อต่าง ๆ ถูกสลักเอาไว้ นั่นคือรายชื่อทหารที่ร่วมรบในการปฏิวัติฝรั่งเศสโดยที่มีการขีดชื่อผู้เสียชีวิตในสงครามเอาไว้ด้วย

หากจะเข้าชมประตูชัยจะต้องเดินเข้าจากทางเดินใต้ดินจากอีกฝั่งถนนเข้ามา เนื่องจากตัวประตูชัย เป็นเสมือนศูนย์กลางของวงเวียนขนาดใหญ่ มีรถราวิ่งขวักไขว่แทบทั้งวัน จึงไม่เหมาะที่จะเดินข้ามจากถนน จากชั้นล่าง เราสามารถที่จะซื้อตั๋วขึ้นบันได 284ขั้น ไปชั้นบนสุดของประตูชัย เพื่อชมวิวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในปารีสได้อีกด้วย


Palace of Versailles

เวลาทำการ      

1 เมษายน – 31 ตุลาคม

Palace  ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 9.00-18.00
Trianon Palaces and Marie-Antoinette’s Estate ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 12.00-18.30
Garden ทุกวัน 8.00-20.30
Park ทุกวัน 7.00-20.30

1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม

Palace ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 9.00-17.30
Trianon Palaces and Marie-Antoinette’s Estate ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 12.00-17l.30
Garden and park 8.00-18.00

ค่าบริการ  The Passport เข้าชมได้ทุกอย่าง 18 ยูโร passport 2วัน 25ยูโร  ค่าเข้าชมเฉพาะพระราชวัง 15ยูโร

การเดินทาง RER C สถานี  Versailles Station

พระราชวังแวร์ซายChâteau de Versailles เป็นหนึ่งในพระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในหมู่คนไทย และชาวโลก เนื่องจากเป็นพระราชวังที่ใหญ่โต และหรูหรามากที่สุดที่หนึ่ง

พระราชวังแวร์ซายตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซาย ซึ่งในสมัยก่อนที่จะสร้างพระราชวังนั้น ถือเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่นอกปารีส และใช้เป็นเมืองที่พำนักล่าสัตว์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 เท่านั้น

จนเมื่อถึงยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เล็งเห็นว่าที่พำนักเล็ก ๆ ในแวร์ซายนั้นมีทำเลที่ดีเยี่ยม จึงได้สั่งการให้สร้างพระราชวังที่ใหญ่โตและหรูหราที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ขึ้นมา ซึ่งการก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 1664 โดยใช้เงินไปมากถึง 500ล้านฟรังก์ และแรงงานคนมากถึง 30000คน ในเวลา 30ปี จึงจะเสร็จในส่วนแรกของการก่อสร้าง โดยทั้งหมดของการก่อสร้างส่วนอาคารนั้น ได้ใช้วัสดุเป็นหินอ่อนสีขาวทั้งหมด โดยในทุกห้องมีการประดับตกต่างอย่างหรูหราด้วยทองคำ อัญมณีและภาพวาดรวมถึงงานศิลปะที่มีชื่อทั้งหลาย

การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไปอีกนับร้อยปีในยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และ 16 หากแต่สิ่งที่แลกมากับความหรูหรานั้นนั้นคือความไม่พอใจของประชาชน  เพราะทั้งเงินและแรงงานนั้น นำมาจากภาษีประชาชนทั้งหมด จึงก่อความไม่พอใจให้เหล่าราษฎรชาวฝรั่งเศส และเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ บุกยึดอำนาจราชวงศ์ พร้อมทั้งจับตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตวน ประหารชีวิตด้วยกิโยติน ในปี 1793 หรือ 131 ปีหลังจากมีการเริ่มก่อสร้างครั้งแรก

หลังจากนั้น พระราชวังก็ยังมีการบูรณะเรื่อยมาจนปัจจุบัน โดยใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ และจุดท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าเยี่ยมชมไม่ขาดสาย  โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย


Sacre Coeur

เวลาทำการ 6.00-22.30

ค่าบริการฟรี

การเดินทาง metro ลง Anvers stationแล้วขึ้นรถรางต่อไปที่วิหาร

Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre ตั้งอยู่ในย่านมงมาทร์ เป็นโบสถ์ในนิกายโรมันคาทอลิคที่ยิ่งใหญ่ทั้งตัวสถาปัตยกรรมและสถานที่ตั้ง เพราะตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส สร้างเพื่ออุทิศให้แก่  the Sacred Heart of Jesusพระหฤทัยของพระเยซู

โบสถ์ออกแบบโดยPaul Abadie. สถาปนิกชาวฝรั่งเศส เริ่มก่อสร้างในปี 1875 ก่อนจะแล้วเสร็จในปี 1914 และถวายวางศิลฤกษ์เป็นทางการในปี 1919 หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 1

ตัวสถาปัตยกรรมนั้นถูกก่อสร้างโดยถือว่ามีการออกแบบที่แหวกแนวมากสำหรับสมัยนั้น โดยสถาปนิก Abadie นั้นเรียกการออกแบบของตัวเองว่า Romano-Byzantineซึ่งเขาแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการต่อต้านสถาปัตยกรรมรูปแบบNeo-Baroque ที่มีมาแต่เดิม  โดยในการก่อสร้างทั้งหมดนั้นใช้งบประมาณจากการบริจาคไปกว่า 7ล้านฟรังค์

ตัว Basilicaมีความพิเศษด้านวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากสร้างโดยหิน travertine ที่นำมาจาก  Château-Landon โดยมีคุณสมบัติพิเศษคือจะคายแคลเซียมออกมาเรื่อย ๆ ทำให้ตัวโบสถ์ยังสามารถคงความขาวได้อยู่แม้จะผ่านสภาพอากาศและมลภาวะต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน  โดยบนยอดโดมของวิหารเปิดให้ขึ้นไปชมวิวเมืองปารีสได้สุดลูกหูลูกตา


Moulin Rouge

การเดินทางMetro สาย2 สถานี Blanche

สถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่ตั้งอยู่ในย่าน Montmartre มีชื่อเสียงในฐานะที่จัดแสดงคาบาเร่ต์ชื่อดังของโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1889 ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงปี 1889-1915  และมีสัญลักษณ์สำคัญคือ กังหันลมสีแดงสดใสที่ติดอยู่ด้านบนของอาคาร

Moulin Rouge มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นเมื่อหนังชื่อเดียวกันออกฉายในปี 2001และได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้ใคร ๆ ก็ต่างอยากมาเห็นสถานที่ในหนังกับตาซักครั้งหนึ่ง


Pont des Arts

การเดินทาง นั่ง Metro ลง Pont Neuf.

สะพานคนเดินที่ข้ามแม่น้ำSeine เชื่องพิพิธภัณฑ์ลูฟกับInstitut de Franceเข้าด้วยกัน และถือเป็นสะพานแห่งแรกในกรุงปารีสที่สร้างขึ้นจากเหล็ก

ก่อสร้างขึ้นในสมัยนโปเลียนที่ 1 ราวปี 1802  ประกอบด้วยช่องโค้งจำนวน 9ช่อง  ก่อนจะถูกบูรณะขึ้นใหม่ เนื่องจากได้รับความเสียหายหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเปิดให้บริการใหม่ในปี 1981 และลดช่องโค้งเหลือแค่ 7ช่อง  และเกิดตำนานคู่รัก ที่กล่าวว่า หากคู่ใดที่นำกุญแจมาแขวนไว้ที่สะพานนี้ และโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำไปจะเป็นการแสดงความมั่นสัญญาในรัก และทำให้สะพานนี้เป็นฉากในหนังหลายเรื่อง เช่น Amelie หนังฝรั่งเศสชื่อดัง


Place de la Concorde

การเดินทาง Metroลงสถานี  Place de la Concorde

จัตุรัสใหญ่กลางเมือง PARIS ที่มีพื้นที่มากกว่า 86000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ต่อเนื่องกับถนนavenue des champs elysees ทำให้รายล้อมไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ ไม่ต่างจากบริเวณ avenue des champs elyseesเลย

นอกจากนี้ที่เห็นเด่นชัดกลางจัตุรัสคือเสาObelisk ที่สูงใหญ่ มีความสูงกว่า 23เมตร น้ำหนักกว่า 250ตัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสองสมบัติสำคัญของอียิปต์ที่รัฐบาลอียิปต์มอบให้แก่ฝรั่งเศสในปี 1829 และถึงกรุงปารีสในปี 1833 ใช้เวลาขนส่งกว่า 3ปี

ลานนี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างนั่นคือเป็นสถานที่ประหาร พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตวน


และนั่นคือ PARIS บางส่วนที่เราได้ไปสัมผัสมา  มีโอกาสเราต้องไปอัพเดทมหานครแห่งนี้อีกอย่างแน่นอน และอย่าลืม จองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส กับ Traveloka ที่ https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-france