เตรียมตัวสำรวจอารายธรรมมังกร 4000 ปี เที่ยวปักกิ่ง – Tianjin by Nok scoot

2249

ประเทศจีน ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลและเป็นไปด้วยประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ไม่ได้แพ้ชนชาติใดในโลก ในอดีตนั้นถือเป็นประเทศที่ลึกลับและเข้าถึงยากเป็นอย่างมาก ( นึกถึงเกาหลีเหนือในสมัยนี้ก็พอจะได้ )  แต่ในหลายสิบปีหลังมีการเปิดประเทศมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวอันแสนจะวิจิตรนับร้อยแห่งก็ได้เปิดให้ชาวโลกได้เห็น และถือเป็นประเทศที่เป็นจุดหมายการเดินทางหลักของนักเดินทางจากทั่วโลก

และส่วนใหญ่เมืองที่นักเดินทางมักจะเลือกไปเป็นแห่งแรกก็คือ ปักกิ่ง เมืองหลวงแดนมังกรนั่นเอง

ปักกิ่งเมืองหลวงของประเทศ และเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของทวีปเอเชีย ส่วนใหญ่อากาศจะแห้งและหนาวเย็นแทบจะทั้งปี ฉะนั้นใครที่ชอบความหนาวเย็นจนแทบจะเป็นน้ำแข็งก็น่าจะชอบที่นี่ด้วย ถ้าใครจะเลือกไปเที่ยวในจีนสักเมืองหนึ่งเราจึงขอเสนอปักกิ่งก่อน  เพราะอะไรน่ะเหรอ ?  เพราะปักกิ่งมีครบทั้งที่เที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจอย่างเช่น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างกำแพงเมืองจีนอยู่ ที่ Shopping ที่สนุกสนานอย่างถนนคนเดินเฉียนเหมิน หรือจะอาหารเลิศรสอย่างเป็ดปักกิ่ง เรียกว่าไปทั้งทีต้องสนุกให้ครบรสชาติ  ดังนั้นก่อนอื่นเรามาดูข้อมูลเบื้องต้นของเมืองนี้กันก่อนดีกว่า

อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อน  18-25   อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาว  0 – 6

การเดินทางไปปักกิ่ง  มีเครื่องบินหลายสายการบินให้บริการ หรือจะนั่ง Nok Scoot บินลง Tianjin แล้วต่อรถไฟความเร็วสูงแค่ 30นาทีไปปักกิ่งก็สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ

โดยจากสนามบินเทียนจิน สามารถนั่งรถไฟเข้าเมืองและสถานีรถไฟความเร็วสูงโดยใช้เวลาราว 20 นาที  หรือถ้าจะนั่ง TAXI ก็ราคาแค่ 300 บาทเท่านั้น

สถานีรถไฟความเร็วสูงตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเลย จากที่สถานีเราสามารถนั่งรถไฟจากเทียนจินไปปักกิ่งโดยใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

เที่ยวบินของ Nok Scoot จะบินลงปักกิ่งประมาณ 17.00 นาฬิกา ฉะนั้นเราขอแนะนำให้พักที่เมืองเทียนจินก่อนซักคืน พักบริเวณใกล้ ๆ สถานีรถไฟความเร็วสูงนี่แหละ มีที่พักราคาไม่แพงอยู่เยอะเลย    ( เฉลี่ยคนละ 400-500 บาทต่อคืนเท่านั้นเอง ) เช้าตื่นมาเดินเล่นริมน้ำ กินอาหารเช้าสบาย ๆ แล้วค่อยจับรถไฟความเร็วสูงเข้าปักกิ่งก็ยังได้

จ้อดีของการลงที่เทียนจิน นอกจากตั๋วราคาจะเหมาะสมแล้ว เวลาบินก็ค่อนข้างดีด้วย ( บินจากไทยเที่ยงถึงเย็น บินกลับเย็น ๆ ถึงไทยดึก ๆ )  แถมยังได้เที่ยว 2 เมืองในทริปเดียวกันเลย

วิวเมืองเทียนจิน บริเวณริมน้ำ
วิวเมืองเทียนจิน ช่วงกลางคืน

ส่วนขากลับเครื่องออก 18.00 เราก็ออกจากปักกิ่งประมาณบ่าย โมง  ถึงสนามบิน 3 โมงเย็น เดินเล่นในสนามบินสบาย ๆ ก่อนบินกลับไทย

การเดินทางท่องเที่ยวในเมือง  มีรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ราคาเริ่มต้นแค่เที่ยวละ 10 บาท ถ้าออกนอกเมือง อาจจะต้องต่อรถบัส ซึ่งก็ราคาไม่แพงเช่นกัน

สกุลเงิน  ¥ เหรินหมินปี  มีหน่วยเป็นหยวน  1 หยวน เท่ากับ 5 บาทโดยประมาณ


ที่เที่ยวห้ามพลาด


เทียนอันเหมิน และพระราชวังต้องห้าม 

Forbidden City in Beijing China

สุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมของจีน ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1420 ด้วยความกว้างกว่า 720,000 ตารางเมตร มีห้องถึง 9,999 ห้อง  ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 14 ปี  และแน่นอนว่าได้รับการบรรจุเป็นมรดกโลกอย่างสมเกียรติ ถ้าเราจะใช้เวลาดูทุกส่วนของพระราชวัง อาจจะต้องเผื่อเวลาไว้ราวครึ่งวัน  แค่ตอนเข้าแถวเข้าพระราชวังก็นานนับชั่วโมงแล้ว เพราะสำหรับชาวจีนทุกคน ที่นี่คือสถานที่ที่ต้องมาเห็นด้วยตาซักครั้งในชีวิต

ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคนจำนวนมาก แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือไม่ก็เย็นไปเลยจะดีกว่า แต่เผื่อเวลาให้ดี ๆ ล่ะ เพราะบางทีมาช้าเกินไป เดินไปนิดเดียวพระราชวังปิดแล้วจะเสียดาย

การเดินทาง : Subway สถานี Tian’anmen West

เวลาทำการ : 8.30 – 16.00  พ.ค – ก.ย  , 8.30 – 15.30 ต.ค – เม.ย   ปิดวันจันทร์

ค่าเข้าชม พ.ย – มี.ค  ¥40 ,  เม.ย  -ต.ค  ¥60

TIP : เข้าชมพระราชวังแต่เช้า เพื่อหลีกเลี่ยงคนจำนวนมหาศาลได้ก็จะเป็นการดี


ประตู ป้อมและถนนเฉียนเหมิน

ถนนคนเดินที่อยู่ติดกับจตุรัสเทียนอันเหมิน ที่นี่มีร้านรวงมากมายที่ตั้งอยู่สองข้างถนน มีวิวของป้อมเฉียนเหมินอันแสนอลังการเป็นฉากหลัง เวลาเดินแล้วจะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสมัยโบราณเลยทีเดียว

ถ้าใครจะหามื้อค่ำพิเศษ ๆ บริเวณนี้มีให้เลือกมากมายเลย


JINGSHAN PARK

สวนที่อยู่ด้านหลังพระราชวังต้องห้าม ที่นี่เป็นสวนสาธารณะยอดนิยมของชาวปักกิ่ง มีคนมาทำกิจกรรมมากมาย ทั้งเดินเล่น วิ่ง เล่นกีฬา ถ้าอยากสัมผัสกิจกรรมของชาวบ้านก็มาดูที่นี่ได้เลย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่นี่ถือเป็นจุดชมพระราชวังต้องห้ามจากมุมสูงที่ดีที่สุด ใครมาก็อย่าลืมแวะชมกันล่ะ


กำแพงเมืองจีน

หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ครองอันดับได้อย่างเหนียวแน่นจากอดีตสู่ปัจจุบัน  สิ่งก่อสร้างที่ยาวที่สุดในโลกนี้มีความยาวกว่า 20,000 กิโลเมตรทีเดียว สามารถเข้าชมได้จากหลายด่าน แต่ด่านที่คนนิยมกันมากก็ได้แก่ด่าน Badaling  และ Mutianyu  เราแนะนำด่าน MUTIANYU มากกว่า เพราะถึงจะเดินทางลำบากกว่านิดหน่อย แต่คนน้อยกว่ามากเลย

ที่ด่าน Mutianyu เราเดินทางจากในเมืองได้จากสถานี Dongzhimen : 东直门  จากนั้นนั่งรถด่วนสาย 916快  ไปลงสถานี Mingzhu Guangchang :明珠 广场 และต่อ TAXI อีกราว 30 นาที ( ค่าโดยสารแ TAXI ต้องต่อรองเอาเอง แต่จะประมาณคนละ 20 หยวนหรือ 100 บาท )

ที่ด่านนั้นเราสามารถขึ้นไปที่กำแพงได้ด้วยสามวิธี คือเดินขึ้น ขึ้นกระเช้าแบบปิด และกระเช้าห้อยขา  ถ้าไม่อยากเหนื่อยมากก็แนะนำขึ้นกระเช้าไปดีกว่า สะดวกกว่ามาก ( ค่ากระเช้าขึ้นลงประมาณ 500 บาท )  ส่วนขาลงใครอยากสนุกตื่นเต้นแนะนำให้ลงแบบรถราง รับรองสนุกสุด ๆ


Temple of Heaven

หรือที่ชาวไทยเรียกกันว่าหอเทียนถาน อยู่ทางทิศใต้ของปักกิ่ง สร้างขึ้นในราชวงศ์หมิง โดยความหมายของเทียนถานคือ แท่นบูชาฟ้า เป็นที่สำหรับให้จักรพรรดิ์ใช้สำหรับทำพิธีบูชาฟ้าดิน  โดยหอมีลักษณะทรงกรวย ดูสวยงามแปลกตาและแน่นอน มีผู้เข้าชมมืดฟ้ามัวดินเหมือนกับที่ท่องเที่ยวที่อื่น ๆ ยกเว้นเราจะไปช่วงเช้ามาก ๆ หรือก่อนปิด

เวลาทำการ : 10.00-17.00

ค่าเข้าชม : 35 ¥


Summer Palace

พระราชวังฤดูร้อนที่ใช้เป็นที่พักผ่อนของราชวงศ์ในช่วงกลางปี โดยพื้นที่ 3 ใน 4 เป็นทะเลสาบที่ถูกขุดขึ้น ชื่อว่าอทะเลสาบคุนหมิง ทำให้ร่มรื่น เหมาะจะมาเดินพักผ่อนอารมณ์อย่างยิ่ง

เวลาทำการ : 7.00 – 19.00

การเดินทาง : Subway สถานี Xiyuan

ค่าเข้าชม : 20 ¥

TIP : ไปช่วงเช้า ๆ จะเห็นชาวจีนออกมาทำกิจกรรมกันมากมาย ทั้งออกกำลังกาย  เขียนอักษรจีน หรือว่าร้องเพลง


ย่านหวังฟู่จิง

ถนนช็อปปิ้งที่มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ มากมาย และที่เป็นไฮไลท์ก็คือ ร้านอาหารแผงลอยที่มักจะมีของแปลก ๆ ให้ทดสอบความกล้าในการทดลองกินอยู่เสมอ ๆ แต่นอกจากของแปลกแล้ว ของอร่อย ๆ ก็มีขายมากมายเช่นกัน


Beijing National Stadium

สุดยอดสนามกีฬาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำยุค โดยเรียกชื่อเล่นว่า สนามรังนก ใช้เป็นสนามสำหรับเปิดงานโอลิมปิคที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี 2008 มีความจุกว่า 1 แสนที่นั่ง ใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 3,500 ล้านบาททีเดียว   ภายในเปิดให้เข้าชมได้โดยเสียค่าใช้จ่ายเล็กน้อย

เวลาทำการ : 9.00 – 18.30

การเดินทาง : Subway สถานี Olympic Sports Centre

ค่าเข้าชม : 50 ¥


798 Art Zone

ย่านชิค ๆ ของคนฮิป ๆ  ที่นี่เป็นย่านที่เต็มไปด้วยงานศิลปะมากมาย ทั้งงานที่จัดแสดงตามท้องถนน หรือแกลอรี่ที่แสดงงาน  เป็นหนึ่งในย่านที่ถ่ายรูปได้สนุกที่สุดในปักกิ่ง

ทั้งบริเวณแบ่งออกเป็นบล็อค ๆ สี่เหลี่ยม แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องหลงทาง เพราะมีจุดน่าสนใจที่ทำให้เราจดจำพื้นที่ได้อย่างไม่ยากลำบากเลย  ถ้าใครอยากหาคาเฟ่เก๋ ๆ นั่ง มาแถวนี้รับรองไม่ผิดหวัง


อาหารการกินน่าลอง

อาหารจีนได้รับคำชื่นชมอย่างมากมายจากทั่วโลก แทบจะทุกประเทศในโลกล้วนแต่มีร้านอาหารจีนทั้งนั้น และด้วยความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ ทำให้อาหารจีนนั้นมีความหลากหลายอย่างมาก เรามาลองดูกันว่าอาหารปักกิ่งมีอะไรน่าสนใจบ้าง


เป็ดปักกิ่ง

อาหารขึ้นชื่อของปักกิ่ง ใคร ๆ มาก็ควรจะลองกันทุกคน เป็ดที่นี่ตัวใหญ่ ย่างหนังกรอบอร่อย หนังจิ้มน้ำตาลกิน ส่วนเนื้อก็ห่อแป้งพร้อมผักแกล้มและน้ำซอส อร่อยสุด ๆ ราคาเริ่มต้นที่ราวตัวละ 1000 บาท


ซาลาเปา เกี๊ยว

อาหารหลักของเมืองจีน  ที่ไทยเราอาจจะกินเป็นของกินเล่นหรือกับข้าว แต่ที่นี่เค้ากินเป็นอาหารหลัก แทนข้าวกันเลยทีเดียว ซาลาเปามีหลากหลายไส้ ส่วนเกี๊ยวก็มีทั้งต้มและย่าง


หม้อไฟเจงกีสข่าน

หม้อไฟชื่อดังที่มีต้นกำเนิดจากมองโกล และแน่นอนว่าเมืองที่อยู่ติดมองโกลอย่างปักกิ่งต้องได้รับอิทธิพลมาเต็ม ๆ ทำให้มีร้านขายหม้อไฟเต็มไปหมด ยิ่งตอนอากาศหนาว ๆ ยิ่งกินอร่อย ราคาไม่แพงและอร่อยเต็มอิ่ม


และนั่นคือปักกิ่งที่เราขอนำเสนอทุก ๆ คน ขอแนะนำให้ลองไปเยือนเมืองที่ยิ่งใหญ่นี้สักครั้งหนึ่ง ไม่แน่นะว่าสำหรับบางคน แค่ครั้งเดียวอาจจะไม่พอก็ได้

ขอขอบคุณสายการบิน NokScoot ให้บริการเที่ยวบิน กรุงเทพ – เทียนจิน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน 

 

http://www.nokscoot.com/th/