หลงรัก HOKURIKU ถึงชื่อไม่คุ้น แต่อบอุ่นถึงหัวใจ

17819

ประเทศญี่ปุ่นถึงจะเป็นแค่ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก ๆ ( เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้เล็กมาก แต่คนญี่ปุ่นชอบบอกว่าเล็ก ) แต่ก็อัดแน่นไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเหลือคณา ขนาดเราเดินทางมายังแดนอาทิตย์อุทัยหลายสิบครั้ง แต่ก็ยังมีสถานที่ใหม่ ๆ ที่รอการมาเยือนของเราอยู่อีกมากมายเลย

และภูมิภาค HOKURIKU  ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก

และเราก็เชื่อว่า เพื่อน ๆ หลาย ๆ คน ก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อ Hokuriku เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ฉะนั้นวันนี้เราขอแนะนำเส้นทางแถบนี้ ทั้งที่เที่ยว ที่กิน และจุดน่าสนใจต่าง ๆ ให้ทุกคนได้รู้จักกัน

Hokuriku เป็นพื้นที่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ Honshu  พื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับทะเลญี่ปุ่น ด้วยสภาพอากาศ ปัจจัยจากทะเลและลมที่พัดมาประเทศจีน ทำให้พื้นที่แถบนี้มีหิมะตกอย่างหนาแน่น  ส่งผลให้การท่องเที่ยวในฤดูหนาวได้รับความนิยมอย่างมากเลยทีเดียว

โดยจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคนี้ก็ประกอบไปด้วย  Niigata   Toyama   Fukui  Ishikawa และ Gifu   ซึ่งทุกจังหวัดล้วนแล้วแต่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและเงียบสงบมาก ๆ สามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นน้ำใจไมตรีของชาวบ้านท้องถิ่นที่ยังคงความน่ารักเอาไว้เหมือนในอดีต  ในด้านที่ท่องเที่ยวนั้นก็มีหลายจุดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกมีนักท่องเที่ยวข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลพันพัน ๆ ไมล์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศอันสุดวิเศษนี้

วันนี้เราขอพาไปสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวอันแสนสวยงามและอบอุ่นแห่งนี้กัน


วิธีการเดินทาง 


ถ้าเป็นเมื่อก่อนการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาค Hokuriku ค่อนข้างลำบากทีเดียวต้องต่อรถกันหลายต่อ แถมไม่ใช่รถด่วนเสียด้วย  แต่ไม่ใช่กับสมัยนี้ เพราะมีรถ Shinkansen  สาย Hokuriku ให้บริการวิ่งจากโตเกียวถึง Kanazawa (สาย Hokuriku เริ่มต้นนับจาก Nagano ) ด้วยเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น  ทำให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวชาวไทยมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ก็มักจะบินลงกันที่โตเกียวอยู่แล้ว  แค่นั่ง Shinkansen ต่อมาไม่นานก็ได้เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ กันแล้ว

โดยในแต่ละเมืองนั้นจากสถานีรถไฟ SHINKANSEN ก็จะมีบริการรถ LOCAL ทั้งรถไฟท้องถิ่น รถบัส TAXI  ให้บริการ  หรือหากจะขับรถเที่ยวก็จะยิ่งสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก


มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ?


อย่างที่บอกไปว่าสถานที่ท่องเที่ยวในแถบนี้ส่วนใหญ่สงบและเป็นธรรมชาติอย่างมาก สิ่งที่เราสามารถคาดหวังได้อย่างแน่นอนคือ เมืองเล็ก ๆ ที่คนไม่พลุกพล่าน ยังคงบรรยากาศของเมืองดั้งเดิมที่ยังไม่ได้โดนเปลี่ยนแปลงโดยการท่องเที่ยวไปมากนัก เหมาะสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวในมุมมองที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวฉายเดี่ยว เที่ยวเป็นคู่ เที่ยวแบบครอบครัว หรือเที่ยวกับเพื่อน ๆ ก็สามารถสนุกกับภูมิภาค Hokuriku ได้ทั้งนั้น

เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เราไปเยือนกันเลยดีกว่า


TOYAMA


จุดเริ่มต้นของทริปเนื่องจากมาถึจากโตเกียวง่าย ๆ ภายใน 2 ชั่วโมงเท่านั้น แถมเป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่ การเดินทางก็สะดวกสบาย มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เหมาะกับการเริ่มต้นผจญภัยเป็นอย่างดี


GOKAYAMA

พูดถึงบ้านทรงกัซโซ่ ใคร ๆ ก็พากันนึกถึที่ Shirakawago กันหมด อาจจะเพราะเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และการเดินทางไม่ลำบากนัก  แต่ถ้าใครชอบความสงบแล้วล่ะก็ Gokayama เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวแหละ

Gokayama เป็นหมู่บ้านสไตล์ Gassho ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาลึกที่มีหิมะปกคลุมหนาแน่น แบ่งออกเป็นสองหมู่บ้านเล็ก ๆ คือ Ainokura และ Suganuma ในอดีตทั้งสองแห่งถือเป็นหมู่บ้านที่เข้าถึงยากมาก ๆ ต้องเดินทางไกลเป็นเวลายาวนานจึงจะเข้าถึงได้

แต่ถึงจะเดินทางยากแต่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีความสำคัญในฐานะเมืองที่ผลิตดินประสิว ทำให้หมู่บ้านนี้มีความเจริญรุ่งเรือง และยังคงเก็บรักษาบ้านอันเป็นเอกลักษณ์มาได้จนถึงทุกวันนี้  โดยบ้านทรง Gassho มีความพิเศษตรงหลังคาที่ลาดเอียงเหมือนรูปพนมมือ ซึ่งประโยชน์ของความลาดเอียงนี้ก็คือ ทำให้หิมะซึ่งมีอย่างมากมายในภูมิภาคนี้ไม่ทับถมกันบนหลังคาจนพังลงมานั่นเอง

ถ้าใครไป Shirakawago มาแล้วประทับใจ เราขอแนะนำ Gokayama เอาไว้เลย เพราะคุณจะได้ความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่งกลับไปอย่างแน่นอน  การเดินทางก็ไม่ยากเกินไป นั่งรถไฟมาลงสถานี Shin Takaoka ( สถานีต่อจาก TOYAMA ) จากนั้นต่อรถบัสสาย World heritage ไปอีกราว 1 ชั่วโมงก็จะถึงหมู่บ้าน AINOKURA และถ้าจะเดินทางต่อไปยังหมู่บ้าน SUGANUMA ก็นั่งรถสายเดิมไปอีกราว 15 นาทีเท่านั้น


TAKAOKA DAIBUTSU

คนที่ไปญี่ปุ่นมามากกว่าหนึ่งรอบน่าจะคุ้นเคยกับพระใหญ่ที่ Kamakura กันเป็นอย่างดี เพราะว่าโปสเตอร์โปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่นหลายใบก็แสดงภาพของพระใหญ่องค์นี้จนโด่งดังไปทั่วทั้งโลก

หรือใครที่เคยไปเยือนญี่ปุ่นมาหลายครั้งก็น่าจะเคยไปสักการะพระใหญ่ที่ Nara ที่เลืองชื่อไม่ต่างกับที่ Kamakura เท่าใดนัก

แต่น้อยคนจะทราบว่าพระใหญ่ที่  Takaoka จังหวัด Toyama นี้ ถือเป็นพระใหญ่ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุด 1 ใน 3 องค์เคียงคู่ไปกับที่ Kamakura และ Nara เลยทีเดียว

อาจจะเพราะด้วยความที่ไกลสถานที่ท่องเที่ยวหลักของชาวไทยอย่างโตเกียวและเกียวโต ทำให้พระใหญ่ Takaoka ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทั้ง ๆ ที่ด้วย ความสูง 15.85 เมตร หนัก 65 ตัน นั้น ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้ที่ไหน ๆ เลย

ใครอยากจะมาชมก็สามารถเดินทางมาได้ไม่ลำบากนัก เพราะอยู่ที่ตัวเมือง Takaoka เลย สามารถนั่ง Shinkansen ลงสถานี Shin Takaoka แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นแค่ 3 นาทีมาที่สถานี Takaoka  จากนั้นนั่งรถรางที่ขึ้นชื่อของเมือง Takaoka อีกแค่ 3 สถานีก็ถึงแล้ว

และของแถมพิเศษสำหรับคนที่นั่งรถรางก็คือ รถรางสายโดราเอมอนที่ตกแต่งตัวรถเป็นรูปเจ้าแมวตัวกลมไว้อย่างน่ารักน่าชังตั้งแต่สถานีต้นทางเลยทีเดียว  ใครที่ชอบนั่งรถเที่ยวจะลองนั่งวนชมเมืองก็เก๋ไม่หยอกเลย


TOYAMA CASTLE

ปราสาท TOYAMA อาจจะไม่ได้ใหญ่โตและเด่นดังเหมือน ๆ กับปราสาทขนาดใหญ่อย่าง OSAKA หรือ HIMEJI แต่ก็มีความสวยงามสวยงามเฉพาะตัวและประวัติศาตร์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากของเดิมที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 1543 นั้นถูกทำลายไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง  ส่วนที่เห็นในปัจจุบันนั้นถูกสร้างขึ้นในปี 1954โดยภายในนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมสิ่งของล้ำค่าและแสดงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ( ค่าเข้าชมแค่ 200 เยน ) นอกจากนั้นชั้นบนสุดยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกด้วย การเดินทาง ลงที่สถานี TOYAMA แล้วเดินต่อราว 5 นาที


ZUIRYUJI

วัดสำคัญของเมือง TAKAOKA และของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะช่วงต้นที่ถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของวัฒนธรรมญี่ปุ่น  ซึ่งในช่วงนี้เอง วัดที่โอ่อ่ามั่งคั่งและมีขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นทั่วประเทศ นั่นรวมถึงวัด ZUIRYUJI แห่งนี้ด้วย

ผังของวัด ZUIRYUJI เป็นรูปสมมาตร มีห้องโถงทั้งหมด 7 ห้องที่เชื่อมกับทางเดินที่ล้อมรอบเขตนอกสุดของวัด ว่ากันว่าแบบแปลนของวัดนี้วางรูปแบบคล้ายกับร่างกายมนุษย์

ระหว่างเดินรอบวัดผ่านโถงทางเดินอันแสนสงบและสวยงามนั้น จิตใจเราราวกับจะได้รับการชำระล้างจากบรรยากาศที่เงียบสงัด ทำให้สมาธิทั้งหมดของเราจะเพ่งไปกับการเดินและสัมผัสกับสถาปัตยกรรมรอบตัวอย่างเต็มที่

การเดินทางมาที่วัดไม่ยากเลย จากสถานี TAKAOKA เดินมาราว 10 นาทีก็ถึงวัด ZUIRYUJI แล้ว

อาหารแนะนำ ใน TOYAMA 

ราเมนซุปสีดำ  ซอสโชยุสีดำ ๆ ผสมลงในน้ำซุป ได้รสออกเค็มแต่กลมกล่อม อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว  หารับประทานได้ทั่วไปในบริเวณจังหวัด TOYAMA

อาหารจากปู ที่นี่โด่งดังเรื่องปูที่รสชาติดี เพราะใกล้ทะเลญี่ปุ่นนั่นเอง ชุดอาหารที่ประกอบไปด้วยปูโด่งดังมากใน TOYAMA  เนื้อปูสดหวานอร่อย เมื่อเจอกับการปรุงแบบพิถีพิถันแล้ว เลยได้อาหารเลิศรสออกมา เราลองกินกันที่ร้าน Tsumama ประทับใจมาก


NOTO  PENINSULA


แหลมที่ยื่นออกไปในทะเลญี่ปุ่นแห่งนี้ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไรนัก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เกษตกรรมและประมง แต่เราได้ไปสำรวจและพบว่ามีสถานที่น่าสนใจระดับ AAA อยู่ที่นี่ด้วย จะเป็นอะไรบ้าง ตามไปดูกัน


NOTOJIMA AQUARIUM 

ใคร ๆ ที่ชอบความน่ารักของสัตว์อย่าง เพนกวิน โลมา และแมวน้ำ  รวมถึงพี่บิ๊กแห่งท้องทะเลอย่างฉลามวาฬแล้วล่ะก็ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ต้องเป็นสถานที่โปรดของคุณอย่างแน่นอนเลย

ท่ามกลางพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีอย่างมากมายในประเทศญี่ปุ่น  NOTOJIMA AQUARIUM มีความโดดเด่นไม่ได้แพ้ที่อื่น ๆ เลย เพราะที่นี่รวบรวมสัตว์น้ำเอาไว้หลากหลายสายพันธุ์ ไล่ตั้งแต่ปลาเล็ก ๆ ในแม่น้ำ ไปจนปลายักษ์อย่างฉลาม หรือฉลามวาฬ  แถมด้วยสัตว์ยอดนิยมอย่างโลมาและเพนกวิ้นก็ไม่พลาดที่จะมาโชว์ตัวที่นี่กัน

แต่ไม่ใช่แค่เราไปดูความน่ารักของสัตว์เหล่านี้ผ่านตู้กระจกเท่านั้น เพราะที่นี่มีการแสดงโชว์มากมายหลายประเภทที่จะทำให้เราต้องทึ่งกับความแสนรู้และน่ารักของทั้ง โลมา แมวน้ำ และพาเหรดเพนกวิ้นอันขึ้นชื่อ

ที่พิเศษสุดและเป็นจุดเด่นใหม่ของที่นี่คือการที่จัดมุมโต๊ะอุ่นขา หรือที่เรียกกันว่า KOTATSU เอาไว้หน้าตู้ปลาขนาดใหญ่ เราสามารถเพลินเพลินไปกับภาพอันแสนวิจิตรของเหล่าสัตว์น้ำที่แสนมหัศจรรย์ควบคู่ไปกับการนั่งพักผ่อนแบบญี่ปุ่น จะถ่ายรูปไปอวดใครก็รับรองได้ว่ามีแต่คนอิจฉาแน่นอน

ค่าเข้าชมที่นี่ราคา 1,850 เยนเท่านั้น คุ้มแสนคุ้มเทียบกับสิ่งที่ได้  เปิดให้บริการ 09:00 am ~ 05:00 pm หน้าหนาวจะปิดเร็วขึ้น 30 นาที  การเดินทาง ลงรถไฟที่ Wakura onsen Station แล้วต่อรถบัสราว 30 นาที


NUSHINOIE

ในละแวกนี้ มีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของญี่ปุ่นนั่นก็คือเครื่องไม้ลงแลคเกอร์นั่นเอง ที่นี่ทำได้สวยงามเป็นอย่างมาก จนนักสะสมจากทั่วญี่ปุ่นต้องมาหาซื้อกันถึงที่ ราคาแม้จะค่อนข้างสูงแต่ก็ได้คุณค่าทางจิตใจกลับไปเต็มเปี่ยม

ที่ Nushinoie นี้ ทำเครื่องไม้เคลือบมาอย่างยาวนานด้วยประสบการณ์อันเหลือล้น เราสามารถชมและสัมผัสชิ้นงานอันปราณีตได้อย่างใกล้ชิด ( เราไปยกจานใบละ 8 ล้านเยนมาแล้ว ต้องบอกว่าถือไปเสียวไป ) ก่อนกลับหากจะซื้อของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีให้เลือกในราคาที่ควักจ่ายไหว ( ประมาณ 2000 เยน )


SHIROYONE SENMAIDA

นาขั้นบันไดถือเป็นวิวทิวทัศน์แสนสวยงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายเกินพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนาขั้นบันไดทั่วโลกจึงได้รับความนิยมกันอย่างมากในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ

แต่สำหรับแถวนี้ เขาคงคิดว่านาขั้นบันไดธรรมดาไม่พิเศษเพียงพอ เค้าเลยจัดการเสริม Option ติดไฟในนาขั้นบันไดเข้าไปอีก  ผลลัพท์ก็คือ สถานที่ที่สุดแสนตระการตานามว่า SHIROYONE SENMAIDA  นั่นเอง

ในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม ของทุก ๆ ปี หรือเรียกว่าช่วง Aze no Kirameki จะมีการนำหลอดไฟ LED มากกว่า 21,000 หลอด ประดับตกแต่งไปตามขั้นของนาชั้นต่าง ๆ สลับสับเปลี่ยนกันระหว่างสีชมพูกับสีทอง ดูสวยงามอย่างที่สุด

ถ้านั่นยังไม่พอ เราขอบอกว่าที่ทำให้นาขั้นบันไดที่นี่สุดพิเศษก็คือ มันอยู่ติดทะเลนั่นเอง เราจะเห็นเหมือนบันไดเรืองแสงขึ้นมาจากท้องทะเลเลยทีเดียว สวยงามราวกับความฝันเชียวแหละ

ใครสนใจจะมาชมก็สามารถเดินทางมายัง Shiroyone Senmaida ได้โดยนั่งรถไฟเจอาร์สาย JR West Nanao Line มาลงที่สถานี JR Wajima แล้วต่อด้วยรสบัส Hokutetsu Okunoto สาย Machino-sen ลงที่ป้าย Shiroyone Bus Stop  ขอกระซิบบอกเอาไว้ก่อนว่าที่นี่หนาวและลมแรงมาก ๆ  เตรียมเครื่องกันหนาวกันให้พร้อมเสียด้วยล่ะ


อาหารแนะนำในแหลม NOTO 

อาหารทะเล  เนื่องจากมีการทำการประมงอย่างแพร่หลาย อาหารทะเลจึงสดและอร่อยมากโดยเฉพาะปลาดิบที่หวานสดอร่อยมาก โดยข้าวหน้าทะเลชื่อดังของที่นี่ใช้ชื่อว่า NOTO DON  ประกอบไปด้วยข้าวโปะหน้าด้วยอาหารทะเลสด ๆ หลายอย่าง อร่อยจนอยากกินสอง สามชามเลยทีเดียว


KANAZAWA


เมืองเก่าที่ได้ชื่อว่าเป็น Little Kyoto  เนื่องจากความเก่าแก่และประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้แพ้เมืองชื่อดังอย่างเกียวโตเลย  โดยเฉพาะด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่เมืองนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ


21st Century Museum of Contemporary Art

พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่เข้าถึงง่ายสุด ๆ เพราะโดยทั่วไปแล้วคนไทยที่ไม่ชินกับการเดิน Museum ทำให้มักจะเบื่อหน่ายกับการเดินชมงานศิลปะ  แต่ที่นี่ต่างออกไป เพราะงานศิลปะที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ในกรอบรูป แต่มีงานศิลปะหลากหลายมากกว่านั้น ทั้งการแสดงงานศิลปะชิ้นเดียวในห้องทั้งห้อง หรืองานศิลปะสระว่ายน้ำที่ทำให้เราเหมือนจมอยู่ใต้สระ !!!

ถ้าอยากลองเข้าพิพิธภัณฑ์ที่ไหนดูสักแห่ง ที่นี่เหมาะสมเป็นที่สุดสำหรับการเริ่มต้น


Kenrokuen

สวนญี่ปุ่นถือว่าเป็นสวนที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดประเภทหนึ่งของโลก เพราะให้ทั้งความสงบ และสวยงาม ยากที่สวนแบบอื่นจะเลียนแบบได้ และท่ามกลางสวนสวยมากมายในญี่ปุ่น Kenrokuen ถือเป็น 1 ใน 3 สวนสวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เป็นที่นิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เราจะพบเห็นสาว ๆ ญี่ปุ่นแต่งชุดประจำชาติมาเดินในสวนกันเยอะเลย

สวนตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 11.4 เฮกตาร์ ใกล้ ๆ กับปราสาท Kanazawa  โดยพื้นที่สวนนี้เป็นของตระกูล Maeda ที่ครองความยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้  ด้วยความงดงามขององค์ประกอบต่าง ๆ ในสวน ทั้งสีเขียวของหญ้าและพืชคลุมดิน สระน้ำสวยใส ดอกไม้ที่ขึ้นอยู่รอบสวนตามฤดูกาล  หรือองค์ประกอบสวนอย่างเช่นสะพานหรือโคมไฟหิน  ทำให้สวนนี้งดงามอย่างที่สุด  ข้อมูลที่น่าสนุกบอกเอาไว้ว่าชื่อของสวนนี้แปลได้ว่า ปัจจัย 6 ประการ  ซึ่งหมายถึงปัจจัย 6 ประการที่ทำให้สวนนี้มีความงดงามอย่างที่สุดนั่นคือ   ความกว้างใหญ่ ความสงบ ชั้นเชิงการออกแบบ ความเก่าแก่ การออกแบบสายน้ำ และทัศนียภาพ

สวนแห่งนี้สวยงามทั้งสี่ฤดูกาลแตกต่างกันไป  ใครที่มีโอกาสอย่าลืมไปชมความงามที่หลากหลายของสวนนี้กันล่ะ


Kanazawa Castle

ซากปราสาทเก่าแก่ของตระกูล Maeda  ถึงแม้ตัวปราสาทจะพังทลายไปแล้วจากการถูกเพลิงไหม้  แต่บริเวณรอบ ๆ โดยเฉพาะสวนภายในบริเวณปราสาทก็ยังคงความสวยงามอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะมีต้นซากุระมากมายพร้อมใจกันผลิดอกอย่างงดงาม  นอกจากนี้ยังมีตัวป้อมปราการเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีรวมถึงประตูเมือง Ishikawa ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1788 ก็ล้วนแล้วแต่สวยงามทั้งนั้น

ถ้ามาเยี่ยมชมสวน Kenrokuen แล้วก็อย่าลืมเดินอีกนิดเพื่อข้ามมาเยี่ยมชมบริเวณ Kanazawa castle ด้วยล่ะ จะได้ถือว่าครบสูตร


ถนนHIGASHI CHAYA 

Chaya แปลว่าร้านน้ำชา ฉะนั้นถนนแห่งนี้แปลง่าย ๆ ก็คือถนนน้ำชาแห่งHigashi นั่นเอง ถือเป็นถนนสายบันเทิงที่คึกคักมากที่สุดของภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ยุคเอโดะ ที่นี่เป็นถนนที่โด่งดังในเรื่องเกอิชา หญิงสาวผู้ให้บริการความบันเทิงด้วนการร่ายรำและเล่นดนตรี  โดยในอดีตที่ Kanazawa มีร้านน้ำชาตั้งอยู่มากมาย และย่านที่โด่งดังมากที่สุดก็คือตรงละแวกนี้นั่นเอง

ในปัจจุบัน บริเวณร้านค้าและบ้านเรือนยังคงถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี ทำให้บรรากาศสถานบันเทิงยุคเอโดะยังความอบอวลทั่วทั้งบริเวณนี้ รวมถึงมีร้านค้า ร้านน้ำชา ซึ่งล้วนแต่ปรับปรุงมาจากบ้านโบราณที่อายุกว่า 180 ปี

ฉะนั้นถ้ามา Kanazawa แล้วพลาดถนนแห่งนี้ก็เหมือนกับไม่ได้มา Kanazawa เลยล่ะ


อาหารแนะนำใน KANAZAWA 

SHABU SHABU ที่นี่มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้าน แต่ถ้าจะให้ถูกปากคนไทยเราก็ต้อง Shabu shabu เพราะร้านชาบูหลายร้านใน Kanazawa ให้บริการแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ได้บรรยากาศย้อนยุคตั้งแต่เข้าร้านเลยทีเดียว เราเลือกเข้าที่ร้าน KANAZAWA SEKI TEI ร้านชาบูเก่าแก่ของที่นี่ ห้องที่เตรียมไว้เราสามารถรับประทานไป ชมสวนไป ดื่มด่ำได้ทั้งรสอาหารและอาหารตา อย่างเต็มที่เลย


SHIGA 


จังหวัดที่อยู่ติดกับเกียวโตแต่ผู้คนมักมองข้ามไป (หรือบางทีก็มองว่าเป็นชานเมืองเกียวโตมากกว่าจะเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง) ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งเหมือนกัน มาดูกันว่าเราไปเยี่ยมชมที่ไหนมาบ้าง


BIWA LAKE

ทะเลสาบชื่อดังที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางมาก ทำให้มีพื้นที่อยู่ในหลายจังหวัด ถ้านึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงเขาใหญ่บ้านเราที่ครอบคลุมถึง 4 จังหวัดนั่นแหละ  ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีกิจกรรมมากมายหลายอย่างให้ทะรอบทะเลสาบ แต่ที่เราเลือกทำวันนี้คือกิจกรรมสุดฮิตนั่นก็คือการล่องเรือชมทะเลสาบนั่นเอง

วันนี้เราเลือกเรือ MICHIGAN  ที่ใหญ่โตดูหรูหราเหมือนเรือสำราญ  การล่องเรือที่นี่เราสามารถเลือกที่จะล่องไปพร้อม ๆ กับรับประทานอาหารกลางวัน หรืออาหารเย็นได้ด้วย และด้วยภูมิทัศน์รอบข้างที่แสนสวยและสงบ มีภูเขาฮิเอและเมืองล้อมรอบ ในวันที่มีฝนพรำ จะเห็นหมอกจาง ๆ ลอยทั่วภูเขาสวยงามมาก ๆ เลย และที่เราไม่ได้คาดคิดก็คือ อาหารบนเรือของเราอร่อยมาก ๆ เป็นเซท Full course ที่คุ้มค่าคุ้มราคามาก ๆ ( ราคาราว 3000 เยน )

ชั้นบนสุดของเรือมีที่ชมทิวทัศน์แบบ180 องศา แถมยังมีดนตรีและเครื่องดื่มให้บริการอีกด้วย ทำให้เวลาล่องเรือกว่า1 ชั่วโมงครึ่งไม่น่าเบื่อเลย

ถ้าอยากสัมผัสกิจกรรมที่แตกต่างก็ลองมาล่องเรือแบบเราได้เลย


HIEIZAN ENRYAKUJI

ภูเขาฮิเอเป็นภูเขาชื่อดังทำหน้าที่เสมือนชายแดนธรรมชาติระหว่างจังหวัด SHIGA และ KYOTO ที่นี่เป็นที่ตั้งของศาสนสถานสำคัญของญี่ปุ่น  สำคัญขนาดเป็นมรดกโลกเลยเชียวแหละ

จากฝั่ง SHIGA จะมีรถราง Sakamoto Cablecar ให้บริการขึ้นไปที่ยอดเขาที่ตั้งของบริเวณวัด โดยระหว่างทางขึ้นจะผ่านภูมิทัศน์ที่แสนจะงดงามตลอดสองข้างทาง และเมื่องขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว เราก็จะเห็นความงดงามของทะเลสาบ BIWA ได้อย่างเต็มที่เลย

เดินจากสถานีไปไม่ไกลจะถึงบริเวณวัดที่แบ่งออกเป็นสามส่วนคือ TODO พื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของวัด SAITO พื้นที่ฝั่งตะวันตก และ YOKAWA พื้นที่ทางทิศเหนือที่อยู่ห่างออกไป โดยบริเวณทั้งหมดของตัววัดนั้นเงียบสงบและดูมีมนต์ขลังเป็นอย่างมาก

จาก HIEIZAN ใครวางแผนจะเที่ยวเกียวโตหรือโอซาก้าต่อก็ทำได้ง่าย ๆ เลย เพราะอยู่ในบริเวณอยู่แล้ว


และนั่นคือสถานที่น่าสนใจในบริเวณ HOKURIKU ที่เราขอนำเสนอ และอยากให้ลองไปเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ เหล่านี้ดู รับรองว่าประทับใจไม่ได้แพ้ภูมิภาคไหน ๆ อย่างแน่นอนเลย

“ขอบคุณองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO)”

 www.jnto.or.th