ไป ” ฮอยอัน ” นั้นห้ามพลาด 10 จุดเช็คอินสุดชิค

883

พูดถึงเมืองโบราณที่อยู่ใกล้ ๆ กับเมืองไทยนั้น ฮอยอันเป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นที่นิยมของชาวไทยเป็นลำดับต้น ๆ มาอย่างยาวนาน  ด้วยความสวยงามของเมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งโคมไฟ ทำให้ใครต่อใครก็อยากจะไปเห็นของจริงดูสักครั้ง

ถ้าเป็นสมัยก่อนการไปฮอยอันนี่เค้านั่งรถไปกันนะ เพราะจากไทยเรานั่งรถบัสจากอุบล ผ่านทางลาวแวะเที่ยวน้ำตกสวย ๆ ที่ปากเซ แล้วก็ต่อรถเข้าฮอยอันได้เลย  แต่ปัญหาคือ ถ้านับเวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงฮอยอันจะใช้เวลารวม ๆ ถึง 18 ชั่วโมง บนระยะทางไกลกว่า 1,200 กิโลเมตร  เรียกว่านั่งหลับแล้วหลับอีกก็ยังไม่ถึงสักที

แต่ปัจจุบันมีสายการบิน Vietjet ให้บริการบินตรงการกรุงเทพสู่เมือง Danang  แล้ว ใช้เวลาบินแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เอง แล้วจากดานังไปฮอยอันก็แค่สิบกว่าโล สบาย ๆ นั่งแท็กซี่ไป 20 นาทีก็ถึง ค่ารถราวสองสามร้อยบาท

เค้ามีรอบบินวันละ 3 เที่ยวบินเลยนะ คือรอบ 9.00 , 10.50 และ 15.50  อยากไปเช้า สาย บ่าย เลือกได้หมด สะดวกสบายสุด ๆ และขากลับก็มี 3 เที่ยวบินเหมือนกันคือ 12.55 , 14.55 และ 19.50  จองได้เลยที่ https://www.vietjetair.com


การเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองและการเดินทางในเมือง

จากสนามบินเราสามารถใช้รถ TAXI เข้าเมืองได้เลย สมัยก่อนการเรียก TAXI ในเวียดนามนี่มีความเสี่ยงในการโดนบอกราคาแพงอย่างสูง แต่เดี๋ยวนี้ตั้งแต่มี GRAB ปัญหานี้ก็หมดไป เราใช้แอป Grab เดียวกับในไทยได้เลย หาสถานที่ที่เราจะไปใน googlemap ก็ได้ แล้วกดใช้ app Grab  ราคาและเวลาเดินทางก็จะขึ้นมาเลย สะดวกสบายสุด ๆ และรถ Taxi ที่นี่ก็หาง่ายมาก  เราเรียกใช้ทั้งทริปประมาณ 10 กว่าครั้ง กดปุ๊บหาเจอในเวลาไม่ถึงนาทีตลอดเลย


10 จุดเช็คอินสุดชิคใน Hội An 

มาฮอยอันทั้งที ห้ามพลาดที่จะไปที่เหล่านี้กันล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงฮอยอัน


สำรวจเมืองเก่า Hội An 

ค่าเข้าชม : 5 สถานที่เหมา 150,000 ดอง

มา Hội An  สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือเดินเมืองเก่า  จริง ๆ จะเดินหรือขี่จักรยานก็เข้าทีเหมือนกัน  ตัวเมืองเก่าฮอยอันนั้นมีอายุมากกว่า 200-300 ปี   เป็นเมืองท่าที่เคยเจริญที่สุดใน South east asia เลยนะ  ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 80,000 คน สำหรับเมืองเล็ก ๆ แล้วก็นับว่ามีคนอยู่หนาแน่นเลยทีเดียว

ในช่วง คศ 16-17 เป็นช่วงที่ชาวต่างชาติทั้ง จีน ญี่ปุ่น ดัตช์ และอินเดีย มาทำการค้าขายที่นี่ มีการตั้งชุมชนชาวญี่ปุ่นที่นี่เป็นเรื่องเป็นราวเลยในฝั่งหนึ่งของเมือง  และทำการสร้างสะพานญี่ปุ่นเชื่อมทั้งสองฝั่ง จนปัจจุบันสะพานนี้ก็ยังอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของเมือง

ภายในตัวเมืองเก่ามีบ้านเรือนสวย ๆ มากมาย เน้นทาสีเหลืองสดใส  มีวัดและบ้านเก่าเปิดให้เข้าชมหลายแห่ง เราสามารถจ่ายค่าเข้าชมรวม 5 สถานที่สำคัญได้ในราคา 150,000 ดอง ( ราว 200 บาท)

ที่นี่ได้รับการตีทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก้ในปี 2542


สะพานญี่ปุ่น

สะพานที่ทำขึ้นเพื่อเชื่อมสองฝั่งของเมืองเข้าด้วยกัน โดยอีกฝั่งเป็นที่อยู่ของชาวญี่ปุ่น ความสวยงามของสะพานนี้ทำให้มีคนมากมายอยากเดินข้ามสะพานไปถ่ายรูปด้วย  เค้าเก็บค่าข้ามนะ( 150,000 ดอง รวมกับค่าเข้าสถานที่อื่น ๆ รวม 5 ที่ )  แต่ถ้าเราไปตอนเช้า ๆ ก่อนที่จะมีนักท่องเที่ยวและทัวร์จำนวนมาก ( ราว 6-7 โมงเช้า ) เราสามารถเดินไปถ่ายรูปกับสะพานได้เลยล่ะ ไม่มีคนแถมไม่เสียเงินด้วยนะ

แผนที่


Night Market

ค่าเข้าชม : ฟรี

เวลาที่เหมาะ : ค่ำ ๆ ประมาณหกโมงเย็นเป็นต้นไป

ถ้าอยากได้ภาพกับโคมไฟสวย ๆ แบบที่เค้าโฆษณากันต้องมาที่นี่เลย เพราะที่ตลาดกลางคืนมีร้านขายโคมไฟเต็มไปหมด มีทั้งแบบลายไม้สานสวยงามกับแบบหลากสีสัน แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เค้าห้ามถ่ายรูป วิธีที่จะได้ถ่ายรูปก็ง่าย ๆ เราซื้อโคมไฟเค้าเป็นที่ระลึกสักชิ้น ประมาณไม่เกิน 100 บาท เค้าก็ให้เราถ่ายสบาย ๆ ตามใจชอบแล้ว

นอกจากถ่ายรูปโคมสวย ๆ แล้วที่ตลาดกลางคืนยังมีร้านอาหารแผงลอยเยอะแยะ เดินซื้อเดินกินกันสนุกเลย ราคาก็พอ ๆ กับบ้านเรานี่แหละ


หาคาเฟ่ดี ๆ นั่ง

ค่าใช้จ่าย : กาแฟแก้วละประมาณ 50,000 ดอง ( 70 บาท )

กาแฟเวียดนามนั้นโด่งดังเป็นอย่างมาก จริง ๆ ก็มีความคล้ายคลึกกาแฟรถเข็นบ้านเรานะ เพราะใส่นมข้นลงไปผสมเหมือนกัน ดื่มได้ทั้ง ร้อน เย็น อร่อยเข้มข้น  การชงก็ใช้อุปกรณ์แบบง่าย ๆ

กาแฟเวียดนามมีประวัติมาตั้งแต่ปี 1950 นำเข้ามาโดยชาวฝรั่งเศส ดัดแปลงส่วนผสมโดยใช้นมข้นแทนนมสดที่หายากในสมัยนั้น ออกมาเป็นกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

ที่นี่มีร้านกาแฟดี ๆ เยอะแยะมากมาย เดิน ๆ ไปก็เจอร้านบรรยากาศดี ๆ หลายแห่ง เราเลือกเข้า Cocobox ที่มีหลายสาขาในบริเวณเมืองเก่า  ดูหน้าตาร้านสวยดี กาแฟก็ใช้ได้ นั่งดื่มบรรยากาศรอบตัวก็อิ่มเอมแล้ว  หลักการหาร้านกาแฟของเรา จะมองทำเลเป็นหลัก เพราะวิวดี ๆ ก็ช่วยให้รสกาแฟดูดีขึ้นด้วย

Hoian Lantern old town in Danang Vietnam

ลองน้ำสมุนไพร Mót

ค่าน้ำ : แก้วละ 10,000 ดอง ( 14 บาท )

มาที่นี่ห้ามพลาดชิมน้ำสมุนไพรชื่อดังอย่าง Mot รสชาติเหมือนชามะนาว เสริมเติมแก้วให้ดูสวยงามด้วยดอกบัว  มีขายอยู่หลายร้านเลยในตัวเมืองเก่า ราคาก็ย่อมเยาว์ แก้วละประมาณ 10 บาท หิวน้ำก็แวะซื้อได้เลย ร้านดัง ๆ ก็เช่น Mót Hội An

แผนที่ร้าน


HOME Hoi An อาหารเวียดนามแบบชิค ๆ 

ค่าอาหาร : ตกคนละ 200,000 ดอง ( 300 บาท )

มาเวียดนามก็ต้องลองอาหารเวียดนามกัน เพราะอาหารเวียดนามก็ขึ้นชื่อในระดับโลกเหมือน ๆ กับอาหารไทย

ที่นี่มีร้านดี ๆ เยอะ เราอยากลองร้านที่ขายอาหารที่ใช้วัตถุดิบจัดเต็มหน่อย ก็พยายามถามทั้งที่โรงแรม และดูรีวิวของชาวโลกหลาย ๆ แห่ง ก็ตกลงมาที่ร้าน HOME HOI AN

ร้านนี้หาไม่ยากเลย เดินข้ามสำพานมานิดเดียวก็เจอ ร้านดูหรูหรา แต่ราคาก็ไม่ถือว่าแพงมากนัก ตกจานละ 100-250 บาท เหมือน ๆ กินบนห้างบ้านเรา อาหารอร่อยและคุณภาพดีมาก ๆ ทั้งพวกปอเปี๊ยะเวียดนาม ทั้งสดและทอด เฝอก็รสดี ข้าวผัดก็อร่อย จานเนื้อต่าง ๆ ก็สุกกำลังดี  ที่สำคัญบรรยากาศดีมาก ๆ  ร้านเปิดทุกวัน เที่ยงวันถึงสี่ทุ่ม

แผนที่


Bánh Mì Phượng มื้อสบาย ๆ ราคา เบาหวิว

ผ่านร้านหรู ๆ แล้ว ก็อยากลองร้านห้องแถวแบบที่ชาวเวียดนามเค้ากินกัน และก็มาหยุดที่  Bánh Mì Phượng ร้านชื่อดังประจำเมือง เค้าขายอาหารพื้น ๆ พวก เฝอ ขนมปังบาแกท ข้าวต้ม ข้าวหมกไก่  แต่พื้น ๆ แบบนี้แหละ อร่อยทุกอย่างเลย มีคนเข้าคิวกันให้เพียบ เพราะนอกจากอร่อยแล้ว ราคายังถูกมาก ๆ ตกจานละ 30-40 บาทเท่านั้นเอง แล้วคือให้เยอะมาก ๆ เลยนะ อิ่มอร่อยได้ทั้งวันตั้งแต่ 6.30 ถึง 21.30 เลย

แผนที่


นั่งเรือกระด้ง Bamboo Basket Boat

ค่าเรือ : 450,000-550,000 ดอง ( 600 -700 บาท ) ต่อลำ หนึ่งลำนั่งได้สองคน

กิจกรรมที่ทุกคนต้องลอง คือนั่ง Basket Boat หรือเรียกบ้าน ๆ ว่าเรือกระด้งนี่แหละ จะเป็นเรือที่ทำจากไม้ไผ่สาน เมื่อก่อนเค้าเอาไว้ใช้ออกไปตกปลาหรือไปมาหาสู่กัน ยุคหลัง ๆ พอเริ่มมีเรือสมัยใหม่ชาวบ้านจึงเลิกใช้ไปเกือบหมดแล้ว จนมีคนคิดที่จะนำเอากลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์ แล้วก็ดังระเบิดเป็นพลุแตกเลย วันที่เราไปนั่งมีเรือออกเป็นร้อย ๆ ลำ ลองคูณค่านั่งไปราวลำละ 450,000-550,000 ดอง ( ประมาณ 600-700 บาท )  เป็นเงินเข้าเมืองได้อย่างมหาศาลเลย

การเดินทางไปก็เรียก Taxi ไปจากเมือง Hoi An ก็ได้ประมาณ 150,000 ดอง บอกว่าจะไป Bamboo basket boat เวลาล่องเรือใช้ราว 60-90 นาที  ราคาลำละ 450,000-550,000 ดอง ตามตกลง


ลอยกระทงและล่องเรือชมแสงไฟ

ค่ากระทง : ใบละ 1 USD

ทุก ๆวันที่แม่น้ำของเมืองเก่า จะมีการลอยกระทงตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ทั้งแม่น้ำจะมีแสงไฟสว่างเต็มไปหมด ดูสวยงามเลยทีเดียว หากใครอยากจะลอยดูบ้างก็หาซื้อกระทงมาลอยได้ ราคาราว ๆ 1 USD ( 30 บาท )


หาซื้อของฝาก

ที่ฮอยอันมีของฝากให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งของที่ระลึกพวกแม่เหล็ก หน้ากาก หรือชุดอ๋าวใหญ่ หมวกแบบเวียดนามที่ราคาไม่แพงเลย สามารถต่อรองราคาได้ในหลาย ๆ ร้าน พวกสินค้าจักรสานก็สวยดีนะ ถ้าใครถูกใจอะไรก็ลองต่อราคาดูได้ ส่วนเราซื้อที่ร้านชื่อ Minh An Souvenir Shop เพราะเป็นร้านที่เจ้าของเดียวกับที่พักที่เราอยู่นั่นเอง เค้าเลยลดให้พอสมควร สบายไป


ที่พัก CENTARA SANDY BEACH DANANG 

เรามีพักที่เมืองเก่าฮอยอันคืนหนึ่ง ก่อนที่จะเลือกไปนอนริมหาดสบาย ๆ ที่ CENTARA SANDY BEACH DANANG  ที่อยู่ห่างออกไปราว  16 กิโลเมตรเท่านั้น นั่ง Taxi ไปก็ราว ๆ 200,000ดอง ( 300 บาท ) ใช้เวลาราว 15-20 นาทีก็ถึงโรงแรมแล้ว

จุดเด่นที่ทำให้เราเลือกมาพักที่นี่คือ ได้ยินมาว่าที่นี่มีชายหาดส่วนตัวที่กว้างใหญ่ไพศาลมา ซึ่งพอมาเห็นก็ต้องบอกว่าใหญ่มากจริง ๆ  เท่าที่กะด้วยสายตา น่าจะกว้างราว ๆ 25 เมตรขึ้นไป ทรายละเอียดขาว และคนน้อยมาก ๆ เหมือนเรายึดหาดเอาไว้เอาคนเดียวเลย

ที่นี่บริหารจัดการโดยเครือ Centara  รูปแบบการออกแบบก็จะออกเรียบง่ายไม่หวือหวามากนัก เน้นบริเวณพื้นที่ทั้งตัวห้องและส่วนกลางที่กว้างขวางมาก ๆ กว้างไปกันหาดส่วนตัวอย่างที่บอก ทำให้เหมาะกับการพักผ่อนสบาย ๆ เพราะเราเจอคนมากมายมาแล้วที่ฮอยอัน พอมาเจอที่โล่ง ๆ กว้าง ๆ ที่นี่ รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

อย่างที่บอกว่าห้องพักที่นี่ดีไซน์ก็จะออกเรียบ ๆ นะ ใช้สีธรรมชาติสบายตา เน้นขาว น้ำตาลไม้ น้ำตาลหิน ก็สบายตาและอยู่สบายดี ได้อารมณ์ห้องพักริมทะเลดีมาก ๆ

ห้องพักที่นี่มีสาม TYPE เท่านั้นเอง แบบห้องปกติ ห้องหัวมุม และแบบบังกาโล ราคาเริ่มต้นแค่ 2,000 บาท ถูกมากกกก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้

ส่วนกลางของที่นี่มีสระว่ายน้ำสองที่ สวนขนาดใหญ่ (มาก)  ที่มีต้นมะพร้าวเต็มไปหมด ระหว่างสวนก็มีผูดเปลเอาไว้ในนอนให้นั่งเล่นด้วย ชิคสุด ๆ เหมาะจะเดินถ่ายรูปยามเย็นมาก ๆ  ใครมีเด็กเค้าก็มี KID CLUB ให้บริการด้วยนะ

ที่นี่มีห้องอาหารสองแห่งนะห้องใหญ่ชื่อ The world และอีกห้อง Ginger and spice ที่นี่มีอาหารไทยด้วยล่ะ รสชาติค่อนข้างเหมือนทีเดียวนะ เพราะมีเชฟไทยมาฝึกอยู่ตั้งนานเป็นเดือนแน่ะ ใครคิดถึงอาหารไทยมาลองชิมได้ ราคาไม่แพงเลย ยิ่งถ้าเทียบว่าเป็นราคาโรงแรมถือว่าถูกมากเลยล่ะ ตกจานละร้อยกว่าบาทไปจนสามร้อยบาท ราคาเหมือนกินสวนอาหารบ้านเราเลย จานเด็ดสำหรับเราก็ แกงเผ็ดเป็ดย่างกับปลาทอดยำมะม่วง  อร่อยเหมือนที่ไทยเลย

ใครมาศุกร์ เสาร์ เค้ามีบุฟเฟ่อาหารทะเลด้วยนะ เป็นพวก กุ้ง หมึก หอย ปลา เผา สด ๆ ตกหัวละ 900 บาท ถือว่าคุ้มอยู่นะ อ่อ แต่บอกให้เค้าเผาเบา ๆ หน่อยนะ เค้าใช้ไฟแรงตามสไตล์ บางทีถ้าไม่บอกนี่จะแห้งไปนิด ( แต่แห้ง ๆ เค้าว่าอร่อยของเค้านะ )


นอกจากนั้นเค้าก็มีสปาให้บริการนะ ราคาก็ไม่แพง เริ่มต้นที่ 700 บาทต่อครั้งเท่านั้นเอง  ราคาเบา ๆ  ที่นี่เค้ามีนวดแบบที่เรียกว่า Bamboo spa ด้วยนะ เป็นการนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เลย ใครอยากลองก็แนะนำเลย มันเหมือนนวดคลายปวดเมื่อยนี่แหละ ใช้ได้เลย


สรุปว่าเป็นโรงแรมที่ดี เหมาะจะพักสัก 1-2 คืนสบาย ๆ ก่อนจะกลับไทยนะ นอนเล่นที่ชายหาดนิ่ง ๆ ให้ผ่อนคลายจากการเดินเมืองเก่าก็เข้าทีไม่หยอก