บรูไน ไปทำไม ? : กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์เหนือคาด

3485

BRUNEI  ประเทศเล็ก ๆ ในอาเซียนที่ใครต่อใครไม่ค่อยจะรู้จัก  รู้แค่ว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในแถบ ๆ นี้ มีสุลต่านที่มีสมบัติมากมายติดอันดับโลก  แต่เท่าที่ถามคนรู้จัก เกือบจะทุกคนแทบไม่เคยคิดจะไปเยือนประเทศนี้กันเลย ด้วยเหตุผลว่า ไม่รู้จะไปทำไม … วันนี้เราจึงจะขอมาเสนอให้ทุกคนได้รู้กันว่า



มหัศจรรย์ที่ 1 

ไปเจอป่าเขตร้อนที่เหมือนหลุดมาจาก Jurassic park

หลาย ๆ คน คงไม่เคยนึกภาพในหัวเลยว่าประเทศเล็ก ๆ แบบนี้จะมีป่าฝนเขตร้อนที่แสนยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตา  แต่ด้วยเหตุที่บรูไนตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร บนเกาะที่น่าค้นหามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอย่างเกาะบอร์เนียว  นั่นเองทำให้พื้นที่ส่วนธรรมชาติของประเทศนี้น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด

จากใจกลางกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน นั่งเรือไปตามแม่น้ำใหญ่ออกไปราว 45 นาที  จะถึง Bangar  บริเวณที่ยังคงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศนี้  โดยทั้งบริเวณอยู่ในอาณาเขตของ Bukit Patoi Forest Reserve  ในบริเวณช่วงเช้าทั่วทั้งบริเวณจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกที่แสนจะน่าตื่นตาตื่นใจ วันหนึ่งในทริป ต้ากับนุตัดสินใจที่จะเดินท่ามกลางความมืดไปพร้อมกับไกด์เพื่อไปชมจุดชมวิวที่เขาว่ากันว่าสวยสุด ๆ

ทางเดินขึ้นเขายังดิบอยู่มาก ฉะนั้นอย่าคิดเดินขึ้นมาคนเดียวล่ะถ้าไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเดินป่า ไปกับไกด์จะดีที่สุด  แต่ถึงแม้จะต้องเดินฝ่าความลำบากมาราวครึ่งชั่วโมง แต่เชื่อเราเถอะว่าวิวที่เห็นคุ้มค่ามาก ๆ  ผืนป่าขนาดใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบาง ๆ ที่สะท้อนล้อกันกับแสงอาทิตย์ยามเช้า สวยงามที่สุด จนเราแทบจะไม่เชื่อว่าเป็นภาพที่เราสามารถเห็นได้จากประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้

ถ้าหากมีเวลาในบรูไนมากกว่า 3 วัน ขอแนะนำให้ซื้อทัวร์จากใจกลางเมืองออกมาที่ป่าแห่งนี้และลองค้างคืนดูซักคืน รับรองภาพของบรูไนที่เคยคิดจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย

บริษัททัวร์ที่เราใช้คือ Freme travel Brunei ที่รับจัดทัวร์ภายในประเทศบรูไนทุกเส้นทางในราคาที่ไม่แพง ลองติดต่อกันได้ที่ http://www.freme.com


มหัศจรรย์ที่ 2 

ไปเดินที่สุดแห่งทางเดินเหนือพงไพร

ตอนเด็ก ๆ เราเคยดูการ์ตูนเรื่องทาร์ซานแล้วรู้สึกอยากปีนต้นไม้ขึ้นไปสูดอากาศข้างบนของผืนป่าดูสักครั้ง  แต่ก็ไม่นึกเลยว่าฝันนั้นมันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ที่บรูไนนี่เอง

ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่ต้นไม้สูงเสียดฟ้ากว่า 40-50 เมตร หรือถ้าจะให้เทียบก็เท่ากับตึกสูงมากกว่า 10 ชั้นเสียอีก มีสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่เหนือยอดไม้เหล่านั้น นั่นคือ  Canopy Walk แห่ง อุทยาน Ulu Temburong นั่นเอง

จากบริเวณบ้านพักริมแม่น้ำในอุทยาน เรานั่งเรือลัดเลาะไปตามลำธารที่เค้าว่ากันว่าอุดมไปด้วยธรรมชาติที่ยังใสบริสุทธิ์อย่างที่สุด บางครั้งจะเห็นจระเข้ที่มีความยาวมากกว่า 4 เมตร นอนผึ่งแดดอยู่ที่ฝั่งให้เรารู้สึกใจเต้นด้วย  นั่งไปไม่ไกล จะถึงจุดลงทะเบียนเพื่อเข้าอุทยาน Ulu Temburong  สถานที่ตั้งของทางเดินเหนือต้นไม้อันโด่งดังนั่นเอง

เดินขึ้นไปตามทางราว 30-40 นาทีก็จะถึง Canopy Walk อันโด่งดัง  ที่นี่เค้าจะมีคนคอยดูแลตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัยเพราะที่นี่มีมาตรฐานสูงทีเดียว

 

CANOPY WALK เป็นทางเดินเหนือยอดไม้ที่สูงที่สูงของป่าขึ้นไปอีก เราจึงสามารถเห็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ได้สุดลูกหูลูกตา  ขอบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ควรจะลองมาเจอดูเองสักครั้งหนึ่ง

นอกจากกิจกรรมเดิน Canopy walk แล้ว บริเวณที่พักก็ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้เลือกทำอีกหลายอย่างเลย ทั้งการโหนตัวจากยอดไม้ข้ามแม่น้ำ พายเรือแคนู หรือกิจกรรมเดินป่า สามารถติดต่อกับทางที่พักหรือเอเย่นท์ทัวร์ได้เลย

โดยการจ่ายเงินค่าบริการต่าง ๆ ก็สามารถใช้บัตรเครดิทแทนเงินสดได้เลย สำหรับเราใช้บัตร KTC  ก็สะดวกดีไม่เจอปัญหาอะไร


มหัศจรรย์ที่ 3

ไปชมมัสยิดสีทองที่สวยงามระดับโลก

บรูไนเป็นประเทศมุสลิม ศาสนสถานชื่อดังของที่นี่จึงเป็นมัสยิดอย่างไม่ต้องสงสัย และด้วยความมั่งคั่งของสุลต่านบรูไน มัสยิดของที่นี่จึงสวยงามน่าค้นหาไม่ต่างกับมัสยิดชื่อดังอื่น ๆ จากทั่วโลก

Omar Ali Saifuddin Mosque  หรือ มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน  โดยชื่อนั้นตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน  สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ตั้งสวยงามเด่นเป็นสง่าอยู่ติดกับแม่น้ำบรูไน

วัสดุที่ใช้ก่อสร้างก็ล้วนแต่มีราคาสมกับการก่อสร้างเพื่อสุลต่านอย่างแท้จริง ไล่ตั้งแต่วัสดุหลักที่ทำจากหินอ่อน ไปจนถึงโดมทองคำที่เป็นจุดเด่นของมัสยิดนี้   ส่วนการออกแบบได้ว่าจ้างสถาปนิกอิตาลีชื่อดัง Cavalierre Rudolfo Nolli  มาคุมงานดีไซน์ทุกขั้นตอน รวมถึงการขุดทะเลสาบหน้ามัสยิด เพื่อความงดงามของเงาสะท้อนยามค่ำคืนและเป็นที่ตั้งของเรือพระราชพิธีจำลองอีกด้วย

ใครมาเยือนบรูไนทุกคน ห้ามพลาดชมที่นี่เด็ดขาดเพราะสวยงามขนาดถูกจัดอันดับจากหลายสถาบัน ให้เป็น 1 ใน 10 ของมัสยิดที่งดงามที่สุดในโลกเลยทีเดียว

ที่จริงมีมัสยิดที่สวยงามอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ถ้ามีโอกาสอยากแนะนำให้ไปเยือนเช่นกัน โดยเฉพาะ Jame Mosque ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร มีความสวยงามไม่ได้แพ้ที่ Omar Ali Saifuddin Mosque เลย โดยเฉพาะยามก่อนพลบค่ำ


มหัศจรรย์ที่ 4

ไปชมนานาอาหารที่เหนือคาด

แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ที่นี่ก็มีอาหารที่หลากหลาย มีการผสมผสานกันของอาหารท้องถิ่น อาหารอินโด อาหารมาเลย์ อาหารจีน   ทำให้ออกมาเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ และที่สำคัญถูกปากคนไทยเราเสียด้วยสิ

ภาพจากร้าน pondok sariwang

ร้านอาหารที่นี่มีหลากหลายมาก อย่างเช่นร้าน pondok sariwang ที่ขายอาหารอินโดนีเซีย ผสมบรูไน ซีฟู๊ด  ที่มีรสจัดจ้านและวัตถุดิบสดมาก ราคาก็ไม่แพงเลย อย่างปูขีดละประมาณ 75 บาทเท่านั้นเอง ก็ประมาณตัวละ 400 บาทเท่านั้นเอง รับรองไม่ผิดหวัง

หรือจะเป็นร้านอาหารจีนอย่าง PHONGMUN ก็ทำอาหารจีนได้รสอร่อยไม่เลี่ยน เราว่าอร่อยกว่าที่จีนหลาย ๆ เมืองเสียอีก  หรือหากต้องการความเป็นส่วนตัว ที่ exclusive club marina yacht brunei ก็น่าสนใจไม่น้อย

ภาพจากร้านอาหารจีน PHONGMUN
ภาพจาก exclusive club marina yacht brunei

ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ Street food ต้องไม่พลาด Night market ที่มีอาหารท้องถิ่นขายมากมายหลายสิบร้าน รับรองเลยว่าช็อป ชิม กันสนุกสนานแน่นอน แถมราคาถูกมาก ตกแค่ที่ละ 25-50 บาทเท่านั้นเอง


มหัศจรรย์ที่ 5

ไปดูวิถีสัตว์แปลก ๆ อันหลากหลาย

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่นี่ ทำให้มีสัตว์นานาพรรณที่แสนน่าค้นหาอยู่มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะเจ้าลิงจมูกยาวชื่อดัง ซึ่งหาได้บริเวณป่าโกงกางห่างจากตัวเมืองไปราวครึ่งชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีนกหายากหลายชนิด ค้างคาว แมลงแปลก ๆ ให้เราชมอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว


มหัศจรรย์ที่ 6

ไปจิบชาในโรงแรมระดับ 7 ดาวแสนหรูหรา ราคาแค่เอื้อม

ถ้าจะพูดถึงโรงแรมที่มีความหรูหรามากที่สุดในบรูไนก็คงจะไม่พ้น The Empire Hotel & Country Club โรงแรมหรูหราระดับ 7 ดาวที่ใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 10 ปี  โดยจำนวนห้องสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งหมดในบรูไนเลยทีเดียว

โดยโรงแรมหรูแห่งนี้มีครบทั้งศูนย์กีฬาต่าง ๆ ร้านอาหารหรูหรา สนามกอล์ฟชั้นเยี่ยม และห้องพักที่โออ่า หรูหรา

แต่ถ้าไม่อยากจะจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับการมาพักที่นี่ ลองดู Hi tea set ของทางโรงแรมดูสิ เพราะด้วยราคาแค่ประมาณ 600 บาทต่อคน เราก็จะได้จิบชาพร้อมขนมแบบสวย ๆ จำนวนไม่อั้น ไม่จำกัดเวลาที่บริเวณโถงใหญ่ของโรงแรมแล้ว นอกจากนี้เราก็สามารถเดินถ่ายรูปในส่วนกลางของโรงแรมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามได้อีกด้วย

ลองมาสัมผัสประสบการณ์แบบ 7 ดาว ในราคาเอื้อมถึงได้ที่นี่เลย เปิดบริการทุกวัน


มหัศจรรย์ที่ 7

ไปสัมผัสวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่น่าประทับใจ

ถึงแม้จะเป็นประเทศในเขตอาเซียนเหมือนกัน แต่บรูไนก็มีความแตกต่างของวัฒนธรรมที่น่าสนใจทีเดียว ทั้งการแต่งกาย อาหารการกิน หรือสถานที่อยู่อาศัย

ที่ไปเที่ยวง่ายและสะดวกที่สุดคือ Water village หรือหมู่บ้านริมน้ำที่อาจจะดูคล้าย ๆ ของไทยเรา แต่เค้ามีการจัดระเบียบเป็นบ้านเก่า บ้านใหม่อย่างเรียบร้อยสวยงาม สามารถเดินเข้าชมได้อย่างไม่อันตราย บ้านบางหลังเปิดให้เข้าจิบน้ำชาพร้อมกับชมวิถีชาวบ้านอีกด้วย

บ้านอีกแบบที่ถือเป็นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของประเทศนี้คือ Longhouse เป็นบ้านที่ลักษณะคล้าย ๆ Townhouse แต่ยาวมากกว่า 10 ห้องเลยทีเดียว โดยทางเดินหน้าบ้านจะใช้ร่วมกัน ส่วนใหญ่คนที่อยู่อาศัยก็มักจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน  บางหลังเปิดให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เราสามารถแต่งกายชุดประจำชาติเค้าได้ด้วย เก๋ซะไม่มีล่ะ


บรูไน ไปยังไง ?

ไปบรูไนก็ต้องนั่งสายการบินที่บินตรงไปสู่บรูไน โดยสายการบินประจำชาติของที่นี่คือ Royal Brunei  มีบินตรง กรุงเทพ – บรูไน ทุกวัน โดยใช้เวลาในการบินประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

Royal Brunei เป็นสายการบิน Full service ที่ให้บริการไปหลายจุดหมายปลายทางเลยเชียวแหละ นอกจากบรูไนแล้ว คนก็นิยมที่จะนั่งไปบาหลี หรือออสเตรเลียอีกด้วย เพราะอยู่ในระหว่าเส้นทางการบินไปจุดหมายเหล่านั้น หลายคนใช้วิธีตวบทริปเป็น บาหลี – บรูไน หรือแวะเที่ยวหลังจากกลับจากออสเตรเลีย

นอกจากนี้สายการบินนี้ยังสนับสนุนเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษด้วย มีส่วนลดสำหรับนักเรียนที่จะบินไปเรียนที่ออสเตรเลีย  และเนื่องจากเป็นสายการบินของประเทศมุสลิม จึงไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็เบาใจได้ระดับหนึ่ง  ช่วงนี้มีโปรสำหรับคนใช้บัตร KTC  ด้วย โดยเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินกับทางสายการบิน จะได้ไมล์เพิ่มตั้ง 5,000 ไมล์  เท่ากับบินทางไกลตั้งหลายรอบกว่าที่จะได้คะแนนขนาดนี้

 

เข้าจองตั๋วได้โดยตรงจากทางสายการบินที่ https://www.flyroyalbrunei.com/en/thailand/

หรือที่บูธ KTC WORLD หมายเลขบูธ p11-p16 ในเพลนารี่ฮอล์งานมี 7-11 ก.พ. นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  


บรูไน ไปนอนแบบไหน ?

ที่พักในบรูไนมีหลากหลายแบบ ทั้งเป็นโรงแรม หรือเป็นบ้านริมน้ำ ที่ให้บรรยากาศการผจญภัย ราคาที่พักเริ่มต้นที่ราวห้องละ 2,000 บาท ถือว่าราคาค่าที่พักไม่ได้ห่างจากที่ประเทศไทยเลย

โรงแรมที่เราได้ไปพักในครั้งนี้ได้แก่ Wafa Hotel , Badiah Hotel  ที่อยู่ในบริเวณตัวเมือง กับ  Freme Lodge ที่อยู่บริเวณในอุทยาน ถ้าใครอยากสัมผัสธรรมชาติ แนะนำให้ลองพักที่ Lodgeซักคืนจะสบายกว่า

ภาพจาก Radisson Hotel Brunei Darussalam
ภาพจาก Wafa Hotel