เป้คู่ใจหรือกระเป๋าเดินทางลาก แบบไหนจะเหมาะกับคุณ

4150

หลาย ๆ คนคงจะติดภาพที่นักเดินทางต้องแบกเป้ออกท่องโลกกว้าง  โดยภายในบรรจุของสารพัดเอาไว้เพื่อการดำรงชีวิตในระหว่างออกค้นหาโลกกว้าง  และมองว่าการลากกระเป๋าเดินทางนั้นดูไม่เป็นนักเดินทางแบบ Backpacker เอาเสียเลย

จริง ๆ แล้วนักเดินทางแบบ Backpacker ไม่จำเป็นจะต้องแบกแต่เป้อย่างเดียวก็ได้ เพราะแต่ละคนนั้นมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคนตัวเล็กและค่อนข้างมีอายุนั้นการจะแบกเป้ไว้ตลอดเวลา60วัน ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกกับร่างกายแน่นอน

IMG_6495 copy

วันนี้เราจึงมานำเสนอวิธีการเลือกเป้ และ กระเป๋าเดินทางแบบลากที่เหมาะสมกับการเดินทางให้ได้รู้กัน

ก่อนอื่นเรามาดูข้อดีข้อเสียของกระเป๋าทั้งสองแบบกันดีกว่า

เริ่มจากเป้ ข้อดีที่สุดก็คือ สองมือของเราจะเป็นอิสระ สามารถจับสิ่งของ โหนรถเมล์ หรือถ่ายรูปได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถแบกขึ้นภูเขาได้อีกด้วย ส่วนข้อเสียก็คือมันหนักนั่นเอง ต้องแบกตลอดเวลา แถมของข้างในก็จะได้รับการกระทบกระเทือนง่ายกว่า แถมการล็อคก็ทำได้ยาก

ส่วนกระเป๋าเดินทางลากนั้น ข้อดีที่สุดก็คือ บนพื้นเรียบนั้นชนะเลิศ เบาจนเหมือนไม่ได้ถืออะไร ลากเดินปลิวฉิว ๆ แถมดูแข็งแรงกว่าจะโดนโยนโดนทับก็ยังพอเบาใจได้บ้าง และก็ล็อคป้องกันได้ง่าย  ส่วนข้อเสียนั้นคือ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแบกขึ้นเขา แถมเดินไปถ่ายรูปไปก็ไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไหร่

ฉะนั้นข้อสำคัญก็คือ เรา กำลังจะไปเที่ยวที่ไหน และเรา มีศักยภาพร่างกายแค่ไหน  โดยจำแนกความเหมาะสมดังนี้

ทริปที่ต้องเดินขึ้นเขา หรือเป็นเมืองที่บันไดเยอะมาก ต้องเดินขึ้นลงตลอด เป้ชนะแบบขาดลอย เพราะไม่มีทางที่เราจะหิ้วกระเป๋าเดินทางไปได้ตลอดเวลาแน่นอน เช่นการออกปีนเขาในเนปาล หรือทางเทรคกิ้งต่าง ๆ

IMG_9990 copy

ทริปที่เดินทางในเมืองใหม่ หรือติดต่อธุรกิจ กระเป๋าเดินทางก็ดูจะมีภาษีมากกว่าเพราะระหว่างการเดินทางมักจะเป็นถนนราบเรียบ หรือมีลิฟท์ให้บริการ  แต่ข้อควรระวังก็คือที่พักแบบโฮสเตลบางที่จะไม่มีลิฟท์ เราต้องแบกกระเป๋าอันแสนหนักขึ้นเอง ต้อวตรวจสอบดูให้ดีเสียก่อน โดยเมืองพวกนี้ก็ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ โตเกียว ลอนดอน

IMG_5324 copy

ทริปเมืองเก่า เมืองเก่าหลายแห่งจะมีเอกลักษณ์ตรงที่พื้นมักจะเป็นหินที่ค่อนข้างหยาบ การใช้เป้ดูจะมีภาษีมากกว่ากระเป๋าล้อลาก และในเมืองเก่าหลาย ๆ ที่ ก็มักจะต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ ด้วย อย่างเช่นเมือง เอดินเบอระ ของสก็อตแลนด์

10735962_10152504372162709_1650143191_n

ทริปที่ใช้การเดินทางโดยการเช่ารถขับ  อันนี้แนะนำว่าใช้กระเป๋าลากน่าจะสบายกว่า ในแง่ของการจัดเรียงของและความแข็งแรง รวมถึงสามารถจับยัดในรถได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย เพราะมีรูปร่างเหลี่ยม วางซ้อนกันง่าย

IMG_9009

 

 

ที่กล่าวไปคือหลักการกว้าง ๆ ของการเลือกกระเป๋าคู่ใจ แต่ในทางปฎิบัติแล้วการเลือกไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่นั้น เพราะเราสามารถใช้ทั้งกระเป๋าเดินทางแบบลากและกระเป๋าเป้ร่วมกันในทริปเดียวกันได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทริประยะยาวนั้น เราควรผสมผสานกระเป๋าทั้งสองแบบเพื่อการเดินทางที่สะดวกที่สุด โดยหลักการคร่าว ๆ มีดังนี้

วางแผนการเดินทางโดยมีเมืองหลัก ๆ เป็นhubสำหรับการเดินทาง และใส่ของทั้งหมดไว้ในกระเป๋าลากเก็บไว้ที่โรงแรม จากนั้นจึงจัดทริปสั้น ๆ 2-3 วันเที่ยวรอบ ๆ เมืองหลัก โดยใช้กระเป๋าเป้สะพายใบเล็ก

ตัวอย่างเช่น เราไปเที่ยวยุโรป ลงที่โรม

แทนที่เราจะเที่ยวโรม3วันแล้วแบกกระเป๋าใหญ่ไปเที่ยวเนเปิ้ล 2วัน จากนั้นก็แบกกระเป๋าใหญ่ขึ้นเหนือไปฟลอเรนซ์3วัน ก่อนจะแบกออกเที่ยวเมืองรอบ ๆ 2วัน ไปเวนิส1วัน และจบที่มิลาน 2วัน

แบบนี้เราต้องแบกกระเป๋าใหญ่ไปตลอดเวลา

พักโรงแรมที่โรม 2วัน จากนั้นจึงฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่โรงแรม สะพายเป้ใบเล็กไปเที่ยว ปอมเปอี เนเปิ้ล ซัก2วัน จากนั้นค่อยกลับมาพักผ่อนที่โรมอีกหนึ่งวัน  และเอากระเป๋าใหญ่แบกไปที่ฟลอเร็นซ์ นอน2คืน และสะพายเป้ออกไปเที่ยวรอบนอก2วัน จากนั้นจึงกลับมาพักฟลอเรนซ์1วัน ก่อนจะแบกกระเป๋าไปมิลาน นอน1คืนก่อนฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ที่โรงแรม และออกไปเวนิซด้วยเป้ใบเล็ก ก่อนกลับมานอนที่มิลาน

แบบนี้เราจะลากกระเป๋าใหญ่แค่ครึ่งทริปเท่านั้น ที่เหลือใช้เป้ใบเล็กได้แบบสบาย ๆ

 

ลองดูไว้เป็นแนวทางสำหรับการเลือกกระเป๋ากันได้ และตอนหน้าเราจะมาแนะนำการเลือกกระเป๋าล้อลากสำหรับการเดินทางกันว่ากระเป๋าเดินทางที่ดีนั้นควรมีคุณสมบัติอะไรกันบ้าง