ศรีลังกา HOLY LAND แดน เหนือ คาด

3470

ศรีลังกา อาจจะไม่ใช่ประเทศเด่นดัง  ถ้าพูดถึงประเทศในเอเชียใต้ ผู้คนมักจะนึกไปถึงอินเดีย เนปาล หรือไม่ก็ข้ามไปเที่ยวเกาะที่มัลดีฟกันเสียหมด น้อยคนนักที่จะเอ่ยถึงชื่อ ศรีลังกา ขึ้นมา ถ้าไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่ไปเพื่อทัวร์ธรรมะ

แต่รู้ไหมว่าประเทศที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามอย่างศรีลังกานั้น มีอะไรดี ๆ มากกว่าเรา ๆ คิดกัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอันแสนสวยงาม ศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ แถมโรงแรมที่พักก็ไม่ได้ลำบากลำบนแบบที่คิด ๆ กัน เพราะมีโรงแรมชั้นดีราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์อยู่มากมายแทบทุกเมืองท่องเที่ยวเลย

วันนี้เราจะพาบินลัดฟ้าไปยังดินแดนอันเหนือคาดแห่งนี้กัน แล้วจะได้รู้ว่า ศรีลังกานั้นมีดีมากกว่าคิด


ศรีลังกาเป็นเกาะเล็กๆ บ้างก็ว่าถ้าดูจากบนเครื่องบินก็จะคล้ายไข่มุก ธุรกิจส่งออกหลักของที่นี่เค้าว่าคือเพชรพลอย  แต่สำหรับเราแล้วเราคิดว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดของประเทศเกาะแห่งนี้น่าจะเป็นตำนานและประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความลึกลับน่าพิศวงของที่นี่ต่างหาก  แถมที่นี่ยังมีทัศนียภาพสวยงามมาก ทุกหนแห่งมีป่าไม้แน่นหนาเขียวขจีและมีน้ำตกมากมายนับหมื่น ๆ แห่ง
สำหรับคนไทยกับคนศรีลังกาก็เป็นเหมือนญาติสนิทติดต่อกันมาช้านานผ่านทางพระพุทธศาสนา  ทำให้ชาวไทยมากมายไปเยือนศรีลังกาด้วยเหตุผลทางศาสนา

แต่อย่างที่เราบอกศรีลังกามีมากกว่าแค่ดินแดนแห่งศาสนา เอาล่ะ เรามาดูกันว่า เกาะแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง


สิ่งก่อสร้างที่แสนมหัศจรรย์


SIGIRIYA

สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศที่ไม่ว่าจะเป็นใครที่มาเยือนดินแดนแห่งนี้ต้องแวะเวียนมาสักครั้งในชีวิต

สิกิริยาเป็นที่ตั้งของ Sigiriya Rock  เขาสูงชันเด่นเป็นสง่ารูปร่างแปลกตา บนยอดมีพระราชวังโบราณ Sigiriya Palace ตั้งอยู่  ต้องเดินขึ้นไปราวครึ่งชั่วโมง ระหว่างทางจะพบโบราณสถานและภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่  ด้านบนนั้นที่ซากพระราชวัง มีซากแสดงระบบชลประทานที่แสนน่าทึ่งอยู่ด้วย

ความมหัศจรรย์ของที่นี่สามารถเห็นได้ตั้งแต่แรกพบด้วยภูมิทัศน์ที่แปลกตาที่สุด แถมการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่บนยอดเขาก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดาในยุคนั้น และยิ่งเรามองย้อนไปที่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีก

สิกิริยา เป็นสถานที่ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 2000ปี ใน พ.ศ.440-454 พระเจ้าปุลหัตถะได้สร้างป้อมพร้อมศาลาโรงธรรมไว้ที่นี่  และคงใช้งานมาหลายร้อยปี จนมาถึงในรัชสมัยพระเจ้าธาตุเสน  ได้ทรงสร้างวังบนยอดเขา เพื่อแสดงถึงอำนาจของราชวงศ์ และรับสั่งให้เตรียมการแต่งตั้ง สิกิริยาเป็นราชธานี

แต่ยังไม่ทันแต่งตั้งก็เกิดเรื่องเสียก่อน  เพราะเจ้าชายกัสสปะพระราชโอรสของพระเจ้าธาตุเสน  ผู้ประสูติจากมเหสีฝ่ายซ้ายซึ่งเป็นหญิงสามัญชน ได้ยึดอำนาจการปกครองจากพระเจ้าธาตุเสน ทำให้เจ้าชายโมคคัลลาน์ รัชทายาทซึ่งประสูติจากสมเด็จพระราชินีต้องลี้ภัยไปอยู่ประเทศอินเดีย

โดยเจ้าชายกัสสปะ ได้จับพระราชบิดาขังคุกแล้วโบกปูนปิดทับทั้งที่ยังมีพระชนม์ชีพ จากนั้นก็สถาปนาพระองค์เองเป็นพระมหากษัตริย์ และย้ายราชธานีมาอยู่ที่สิกิริยา ใช้เวลาในการสร้างนาน 7 ปี

ในท้ายที่สุดพระเจ้ากัสสปะครองราชย์อยู่นาน 18 ปี ก็ถูกเจ้าชายโมคคัลาน์ พระอนุชาต่างพระมารดา ยกทัพมาจากประเทศอินเดียมาชิงพระราชบังลังก์คืน   พระเจ้ากัสสปะไม่มีทางสู้ จึงตัดสินพระทัยปลิดพระชนม์ชีพพระองค์เองในพระราชวังบนขุนเขาแห่งนี้

จากนั้นเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ขุนเขาสีหคีรีก็ถูกทอดทิ้งเป็นเมืองร้างนานที่ไม่มีใครสนใจ รอบบริเวณกลายเป็นป่าไม้ทั้งแถบ  จนถึงศตวรรษที่ 19 พันเอกเบส ฟอร์เบส นายทหารอังกฤษได้เป็นผู้ค้นพบความลับที่ซ่อนในป่าลึก แต่ก็ไม่สามารถที่จะสำรวจพื้นที่ได้เนื่องจากความยากลำบาก  และได้มีการสำรวจอีกหลายครั้งจึงพบหลีกฐานทางโบราณคดีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นรวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่  ในที่สุดก็เริ่มมีการบูรณะจิตรกรรมโบราณนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ปีพ.ศ. 1894

ที่พักแนะนำ : Sigiriya jungle 

ถ้าอยากจะไปชมพระอาทิตย์ตกหรือขึ้นที่ยอดเขาแบบไม่เหนื่อยขอแนะนำให้พักแถว ๆ เขานั่นแหละ ที่พักของเราในทริปนี้คือ sigiriya jungle รีสอร์ทสวยสไตล์ศรีลังกาผสมความ modern ออกมาดูสวยงามกำลังดีเลย

ที่นี่มีห้องรับรองค่อนข้างมาก การบริการถือว่ายอดเยี่ยม จุดเด่นคือมีพื้นที่กว้างขวางมาก แต่ไม่ต้องกังวลเพราะสามารถเรียกรถกอล์ฟมารับไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลา  ส่วนกลางมีสระว่ายนน้ำและมุมถ่ายรูปเยอะเลยทีเดียว เหมาะสำหรับมาเป็นหมู่คณะ พักผ่อนหลังจากเดินขึ้นเขาเหนื่อย ๆ

ราคาประมาณคืนละ 2500 บาทต่อห้อง รวมอาหารเช้า

Sigiriya Jungles

Audangawa Road, Kimibissa Matale District Sigiriya


บรรยากาศแบบยุโรป

ศรีลังกาเคยโดนปกครองโดยชาวยุโรปหลายประเทศ นั่นทำให้ในหลาย ๆ เมืองยังคงหลงเหลือความเป็นยุโรปอยู่มาก ทั้งการวางผังเมือง โบสถ์ต่าง ๆ รวมไปถึงรูปทรงของอาคารบ้านเรือนในบางย่าน


GALLE

ถ้าจะถามเราว่าเมืองไหนที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปเด่นที่สุด เราเห็นว่าน่าจะเป็น กัล เมืองโบราณ มีคูคลองและโบสถ์ที่ถอดแบบมาจากฮอลันดา มีป้อมโบราณที่เป็นร่องรอยแห่งอดีตสมัยรุ่งเรืองที่ยังคงสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน

กัลตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะห่างจากเมืองหลวง ประมาณ 120 กิโลเมตร  ถือเป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศเมืองหนึ่งเลยเชียว  เพราะมีอ่าวจอดเรือกว้างใหญ่ เป็นท่าส่งสินค้าหลัก ๆ ของประเทศไปยังประเทศต่างๆ  ที่นี่จึงถือเป็นเมืองที่ร่ำรวย ประชากรมีฐานะค่อนข้างดีกว่าเมืองอื่น ๆ บ้านเมืองจึงดูสะอาดสะอ้านน่าเที่ยว มุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ร้านชิค ๆ จะพบเห็นได้ที่นี่มากกว่าเมืองอื่น ๆ ในประเทศ

จุดท่องเที่ยวสำคัญของที่นี่ก็ไม่พ้นป้อมปราการที่ตั้งอยู่ติดกับทะเล มีหอนาฬิกาสูงชันเด่นเป็นสง่าเห็นจากทั่วทั้งเมือง  ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Galle port ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลก (World Heritage Site) จากองค์กรยูเนสโก (UNESCO)

ในตัวเมืองเก่านั้นถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ รถรารวมถึงผู้คนก็ไม่ได้แออัดยัดเยียดแบบเมืองหลวง แต่ไม่ได้ร้างแบบไม่มีคนเที่ยวนะ มองไปซ้ายขวาก็เห็นนักท่องเที่ยวมากมายไปหมด แต่ไม่ได้เยอะแบบแออัด เที่ยวสบาย ๆ  สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในบริเวณเมืองเก่าก็สวยงามอย่างมากเลย มีมุมเก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปได้ทั้งวันเชียว ใครมาเมืองนี้ขอแนะนำให้มาตอนแดดร่มลมตก เดินเที่ยวถ่ายรูปสบาย ๆ แล้วรอชมพระอาทิตย์ตกแบบสวย ๆ

ที่พักแนะนำ : Citrus Hikkaduwa

ห่างจากเมือง Galle ไปไม่กี่กิโลเมตรมีรีสอร์ทสวย ๆ ตั้งเรียงรายอยู่ริมทะเลหลายแห่ง และรีสอร์ทที่เราขอแนะนำนั้นก็ถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ดีที่สุดในย่านนี้ นั่นคือ Citrus Hikkaduwa

ที่พักติดชายหาดกว้างใหญ่แห่งนั้นมีห้องรองรับคนได้นับร้อยคน มีส่วนกลางที่กว้างใหญ่และสะดวกสบายมาก ทั้งสระว่ายน้ำ ร้านอาหาร หรือจะเป็นกิจกรรมริมทะเล  จะนั่งเล่นรับลมหรือไกวชิงช้าสนุก ๆ ก็สบาย ๆ

ด้วยทำเลที่ตั้งและความสะดวกสบายแบบนี้ทำให้ราคาที่พักต่อคืนที่ 1600 บาท ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ ไปเลย

ราคาประมาณคืนละ 1600 บาทต่อห้อง รวมอาหารเช้า

Citrus Hikkaduwa

No.400 Galle Road Hikkaduwa


NEGOMBO

เมืองท่าอีกแห่งที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงอย่างโคลอมโบไปแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง ที่นี่ก็ได้รับอิทธิพลจากการเข้ามาปกครองของยุโรปหลายชาติเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะชาง Dutch ทำให้เมืองนี้มีลำคลองสำหรับการเดินทางเช่นเดียวกับฮอลแลนด์ แถมด้วยโบสถ์สวย ๆ อีกหลายแห่งเลยทีเดียว แนะนำให้เช่ารถพร้อมคนขับนำเที่ยวจะเที่ยวได้ทั่วและครบมากกว่า

และไฮไลท์ที่สำคัญอีกอย่างก็คือที่แถบนี้มีบึงขนาดใหญ่มากอยู่ รายล้อมไปด้วยรีสอร์ทดี ๆ ระดับไม่แพ้รีสอร์ท 5 ดาวของบ้านเรา แต่ราคาแค่ 2000 บาทเองนะ  แนะนำให้ลองพักค้างคืนชิล ๆ ชมพระอาทิตย์ตกที่เมืองนี้ก็สบายดีไม่หยอกเลย

ที่พักแนะนำ : Amagi Aria

Amagi Aria เป็นรีสอร์ทสมัยใหม่แนวโมเดิร์นที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ แถมที่ตั้งก็สวยงามมากเพราะติดทะเลสาบขนาดใหญ่แสนสวย แถมด้วยวิวพระอาทิตย์ตกงาม ๆ อีกต่างหาก

ห้องอาหารของที่นี่ก็ดีเลิศไม่แพ้กัน เพราะนอกจากวิวสวยแล้ว อาหารยังรสชาติดี ในราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย ขอแนะนำเลย

ราคาประมาณคืนละ 2000 บาทต่อห้อง รวมอาหารเช้า

Amagi Aria – Negombo’s Hidden Secret

640 / 82 Colombo road Karuna Negombo

kaduwa


ความเชื่อที่น่าศรัทธา

โลกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยศรัทธา

คำกล่าวนี้คงไม่ได้เกินจริงสักเท่าไหร่เพราะไม่ว่าที่ไหนในโลก ต่างก็มีสถานที่ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์อยู่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ทวีปไหน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม

และศรีลังกาเป็นดินแดนที่มีชื่อเสียงด้านพลังศรัทธาอันแรงกล้าอยู่แล้ว ทำให้มีศาสนสถานสำคัญมากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศตั้งแต่สมัยโบราณมา  โดยเราจะขอนำไปพบกับ 3 เมืองสำคัญที่เป็นที่ตั้งของศาสนสถานสำคัญกัน


KANDY

KANDY เป็นเมืองที่อยู่ตอนกลางของประเทศ อยู่บริเวณเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลขึ้นมาพอสมควร ทำให้มีอากาศเย็นสบายมากกว่าภูมิภาคอื่น   ชื่อเดิมคือ ศิริวัฒนานคร หรือ สิงหขันธนคร ตามชื่อของฤาษีตนหนึ่งที่เชื่อกันว่าเคยอาศัยอยู่ที่นี่  และที่สำคัญที่สุดเมืองนี้เป็นสถานที่ตั้งของวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศนั่นคือ วัดพระเขี้ยวแก้ว หรือ Sri Dalada Maligawa

ถ้าพูดถึงพระเขี้ยวแก้วชาวพุทธทุกคนย่อมรู้จักดีว่าคือ พระเขี้ยวหรือฟันของพระพุทธเจ้า ซึ่งวัดพระเขี้ยวแก้วก็มีกระจายอยู่ในหลาย ๆ แห่งในโลก แต่กล่าวกันว่าวัดพระเขี้ยวแก้วของศรีลังกานั้นศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด

โดยชาวลังกาเชื่อกันว่า หากปีไหนฝนแล้งถ้าอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วออกมาจะทำให้ฝนตกได้จริง รวมถึงความเชื่อว่า ใครได้ครองพระเขี้ยวแก้ว ก็จะได้เป็นพระมหากษัตริย์ รวมถึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอภินิหารของพระเขี้ยวแก้วอีกมากมาย

พระเขี้ยวแก้วของ KANDY ถือเป็นพระเขี้ยวแก้วเพียงองค์เดียวที่มีหลักฐานรองรับความถูกต้องตรงตามพระคัมภีร์มหาวังศา  ด้วยว่าพระทันตธาตุหลังจากการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ และนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่๙  พระเขี้ยวแก้วได้ประดิษฐานอยู่บนแผ่นดินแห่งนี้มาโดยตลอด มิเคยถูกนำออกนอกดินแดนเลยตั้งแต่ถูกอัญเชิญมาจากชมพูทวีป

ที่พักแนะนำ : Viyana Boutique Hotel

บูทีคโฮเตลขนาดเล็ก ๆ ที่อุดมไปด้วยคุณภาพ  ห้องทั้งกว้างและสะอาดสวยงาม ตกแต่งร่วมสมัยได้เก๋ไก๋ทีเดียว ที่สำคัญที่สุดคือสามารถเดินไปที่วัดพระเขี้ยวแก้วได้เลย สะดวกสบายมาก ๆ โรงแรมมีร้านอาหารให้บริการด้วย ไม่ต้องออกไปหาที่ไหนไกล หรือหากอยากจะซื้อน้ำหรือขนมก็เดินไปไม่ไกลที่พัก

ข้อเสียคงเป็นตรงที่ไม่มีลิฟท์ให้บริการ แต่พนักงานของโรงแรมก็ช่วยในการขนย้ายกระเป๋าเดินทางเป็นอย่างดีเลย

ราคาประมาณคืนละ 1800 บาทต่อห้อง รวมอาหารเช้า

Viyana Boutique Hotel

56, Sri Sangaraja Mawatha Kandy


COLOMBO

เมืองหลวงและเมืองเศรษฐกิจหลักของประเทศนี้ แม้ผู้คนจะดูพลุกพล่าน แลดูวุ่นวายอยู่มากก็ตาม แต่ก็มีสถานที่สวย ๆ อย่างวัดวาอารามกระจายกันอยู่ทั่วเมือง และแทบจะทุกวัดได้รับความเคารพจากพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก

วัดคงคาราม

หรือชื่อท้องถิ่นว่า Gangaramaya Temple หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ศรีชินรัตนา เป็นวัดในนิกายสยามวงศ์ อารามแต่เดิมสร้างอยู่กลางน้ำ แต่ก็ได้มีการขยับขยายพื้นที่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมีทั้งริมน้ำและบนบกแบบในปัจจุบันนี้


การเข้าชมวัดที่ศรีลังกานั้นต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชมทุกครั้ง ภายในวัดนั้นเก็บรักษาพระพุทธรูปจากนิกายต่าง ๆ ทั่วโลกไว้มากมายทั้ง   พระอวโลกิเตศวร เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูปแบบพม่า พระพุทธโฆษาจารย์ (โต พรหมรังษี)   รวมถึงมีการแบ่งโซนจัดแสดงเหมือนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงแยกเป็นส่วน ๆ แบ่งเป็นโซนเหรียญภาพวาดพุทธประวัติ  รอยพระพุทธบาท  ห้องรวบรวมพระพุทธรูปจากพุทธศาสนิกชนทั่วทุกมุมโลก  บุโรพุทโธจำลอง  ส่วนกลางเป็นที่ตั้งของเจดีย์สีขาวขนาดใหญ่
ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางสมาธิ   โดยรอบเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติดูสวยงามทีเดียว

ส่วนศาลากลางน้ำนั้นประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปหลายสิบองค์ จัดแสดงแบบกลางแจ้งดูสวยงามน่าพักผ่อน

วัดเสียค่าเข้าชม 1 ดอลลาร์ เข้าชมได้ทั้งสองส่วน


วัดกัลยาณี

วัดกัลยาณีหรือ Kelaniya Raja Mahavihara  เป็นวัดใหญ่กลางเมืองโคลัมโบ ติดกับแม่น้ำกัลยาณีนที ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง  บริเวณวัดอยู่บนเนินสูงต้องขึ้นบันไดไปหลายสิบขั้นกว่าจะถึงตัววัด  ด้านข้างมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นหน่อของต้นเดิมจากกรุงอนุราธปุระที่ชาวโคลอมโบหรือชาวศรีลังกาต่างให้ความเคารพ ทุก ๆ วันเราจะเห็นชาวศรีลังกาทำการถวายสักการะบูชาต้นพระศรีมหาโพธิ์ด้วยน้ำมัน ธูป ดอกไม้
กลางวัดเป็นที่ตั้งของเจดีย์ทรงลังกาสีขาวขนาดใหญ่สูงเด่นเป็นสง่า ข้าง ๆ กันมีอาคารใหญ่ประดับไปด้วยศิลปะแกะสลักหินเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง หรือ มูนสโตน (Moonstone) แบ่งออกเป็น 4 ชั้น รอบนอกสุดเปรียบดังเปลวไฟแห่งกิเลส อันได้แก่โลภะ โทสะ โมหะ หากตกอยู่ในบ่วงกิเลสถูกเผาไหม้มิอาจก้าวข้ามสู่คุณธรรมความดีงามชั้นที่ 2 ถัดเข้ามาสลักเป็นรูปพาหนะทั้ง 4 คือ ช้าง ม้า วัว และสิงโต อันเป็นสัญลักษณ์ของความพากเพียร เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสตัณหา ถัดเข้ามาชั้นที่ 3 คือ หงส์ แสดงถึงความสำเร็จเบื้องต้นคือ ศีลวิสุทธิ เมื่อได้เร่งรุดปฏิบัติดังนี้แล้วย่อมบรรลุเป้าหมายภายในสูงสุด ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์เป็นรูปดอกบัวคือมุ่งสู่นิพพาน อันเป็นปริศนาธรรม ตีความตามพระไตรปิฎกซึ่งมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าศิลาธรรมดา

ศิลปะเชิงบันได สลักเป็นรูปทวารบาลทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ ท้าวธตรฐจ้าวแห่งคนธรรพ์ ท้าววิฬุรหกจ้าวแห่งเทวดา ท้าววิรูปักษ์จ้าวแห่งนาค และท้าวกุเวรจ้าวแห่งยักษ์ หากพิจารณากันให้ละเอียดจะเห็นพระหัตถ์ข้างหนึ่งทูนหม้อน้ำ พระหัตถ์อีกข้างหนึ่งถือช่อดอกไม้บ้างให้รายละเอียดลงไปว่าคือช่อดอกมะพร้าว ซึ่งทั้งสองสิ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์
ภายในวัดดูสงบและศักดิ์สิทธิ์ ชาวศรีลังกามากมายมาปฎิบัติศาสนกิจที่นี่ เราเดินดู เดินถ่ายรูปไปก็อยากให้เราทำตัวสงบ ๆ อย่าเสียงดังรบกวนจะดีที่สุด


ที่พักแนะนำ Steuart by Citrus

โรงแรมที่ทำเลดีอย่างเหลือเชื่อ เพราะอยู่ติดกันกับโรงพยาบาลดัชท์เก่า ซึ่งตอนนี้ถือเป็นสถานที่ชิคที่สุดของ Colombo ก็ว่าได้ ภายในตกแต่งได้สวยงาม ละม้ายคล้าย ๆ ผับอังกฤษอยู่ไม่ใช่น้อย ห้องนอนก็กว้างขวาง  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคาอาจจะสูงเสียหน่อย แต่แลกกับทำเลแล้ว คุ้มค่าสุด ๆ

ราคาประมาณคืนละ 2500 บาทต่อห้อง รวมอาหารเช้า

The Steuart by Citrus

45, Janadhipathi Mawatha Colombo

จองห้องพักกับ Expedia ด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้มจากบัตร
เครดิต KTC

  • รับส่วนลดเพิ่ม 15% เมื่อใช้บัตรเครดิต KTC Mastercard

 

  • รับส่วนลดเพิ่ม 10% เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต KTC ทุกประเภท

 

  • จองห้องพักภายในเดือนสิงหาคม 2561รับฟรี ห้องพัก 3 วัน 2 คืน จากโรงแรมชั้นนำ จำนวน 3 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน) รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท* เพียงมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต KTC สูงสุด 3 อันดับแรก


Dambulla

เมืองดัมบลูล่า เป็นที่ตั้งของ ถ้ำดัมบุลลาซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  ภายในมีทั้งหมด 5 ถ้ำ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปมากกว่า 150 องค์  ที่นี่มีภาพวาดฝาผนังและเพดานที่สวยงามและละเอียดเป็นอย่างมาก เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา


 Polonnaruwa

โปโลนนารุวะ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ที่ภาคเหนือตอนกลางของประเทศศรีลังกา เป็นเมืองหลวงเก่าของศรีลังกาในอดีต  มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี เป็นอาณาจักรโบราณแห่งราชวงศ์โปโลนนารุวะ ภายใต้การปกครองของพระเจ้าวิชัยพาหุที่หนึ่ง ในอดีตเป็นเมืองที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก  มีโบราณสถานเก่าแก่มากมายหลายแห่งที่ควรค่าแก่การไปเยือน  โบราณสถานแถบนี้จะมีความสมบูรณ์มากกว่าเขตอื่น ๆ ในประเทศด้วย


ชมวิถีชีวิตผู้คน

ศรีลังกาเป็นดินแดนที่วิถีของผู้คนยังคงน่าหลงไหลอยู่ การได้พบปะผู้คนก็จะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคนในตลาด ริมทะเล พ่อค้าแม่ค่าต่าง ๆ

แต่ก็มีเรื่องต้องระวังเหมือนกัน เพราะถึงแม้ศรีลังกาจะมีคนดี ๆ อยู่มากมาย แต่ก็มีคนไม่หวังดีปะปนอยู่บ้างเหมือน ๆ กับทุกประเทศ ให้ระวังเวลามีคนมาทักว่าจะนำเที่ยวหรือพาไปที่ไหนต่อไหน

หรือการขอถ่ายรูปบุคคลบางคนเช่นชาวประมง ก็ให้ถามก่อนเลยว่าเสียเงินไหม ราคาเท่าไหร่ เพราะปัจจุบันหาชาวประมงที่ตกปลาด้วยวิธีโบราณโดยการขึ้นไปตกปลาบนแท่นไม้ ยากมากแล้ว ส่วนใหญ่จะเลิกและมาทำเป็นโชว์มากกว่า แต่ถึงเป็นโชว์ก็ถือว่าไม่ได้เก็บเงินมากมายอะไร แค่ครั้งละ 100 บาทเท่านั้นเองสำหรับการถ่ายรูป  ใครพอใจราคาก็สามารถขอให้เค้ายืนเป็นนายแบบได้  


อาหารที่ห้ามพลาด

เนื่องจากศรีลังกาเป็นประเทศเกาะ ฉะนั้นอาหารทะเลจึงสดและอร่อยมาก ๆ ร้านอาหารหลาย ๆ แห่งได้รับการยอมรับในระดับเอเชียและระดับโลกเลยทีเดียว เราขอแนะนำอาหารที่ห้ามพลาดคร่าว ๆ ตามนี้เลย

ปูผัดซอสพริด Chilli crab

อาหารชื่อดังที่สุดของ ศรีลังกา ก็ว่าได้ ใครไปใครมาก็ต้องมาลองชิมดูสักครั้งหนึ่ง ร้านที่แนะนำจะเป็นร้านไหนไปไม่ได้นอกจากร้าน Ministry of crab  ที่ขึ้นชื่อสุด ๆ ด้านการทำปูซอสพริก  มีขนาดปูให้เลือกตั้งแต่ตัวละครึ่งกิโลไปจนถึงตัวละสี่ห้ากิโลทีเดียว  ราคาถือว่าไม่แพง ตัวขนาด 7-800 กรัมราคาที่ 1000 บาท  ซอสที่ผัดมาก็อร่อยมาก ๆ เอาขนมปังจิ้งกินก็ยังอร่อยเลย ห้ามพลาดเด็ดขาด


ข้าวแกงต่าง ๆ

ข้าวแกงศรีลังกามีหลากหลายแบบ กลิ่นเครื่องแกงจะไม่แรงเท่าที่อินเดีย (​ แต่ก็ถือว่าแรงกว่าไทยอยู่ดี ) ส่วนใหญ่จะเป็นแกงกะทิ  รสอร่อย เผ็ดพอประมาณ  ใครที่ชื่อนชอบแกง ลองชิมกันได้  บางที่ก็กินกับเส้นหมี่ คล้าย ๆ แกงปูหมี่หุ้นบ้านเราเลย


อาหารทะเลสด ๆ 

อย่างที่บอกว่า ศรีลังกา ติดทะเล ฉะนั้นเมืองริมทะเลอย่าง Negombo Colombo หรือ Galle ก็จะมีอาหารทะเลสด ๆ อร่อย ๆ ให้เลือกรับประทานกันในราคาไม่แพง


ผลไม้ตลอดปี

คล้าย ๆ กับที่ไทย ศรีลังกา มีผลไม้ตลอดทั้งปีวนเวียนกันไป ทั้งมะพร้าว กล้วย อะโวคาโด้ เงาะ ทุเรียน รสอาจจะแตกต่างกันไปจากที่ไทยบ้าง แต่ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้ มะพร้าวลูกใหญ่น้ำเยอะ ลูกละแค่ 10 บาท อาจจะหวานไม่เท่าที่ไทย แต่ก็ชุ่มคอดี อะโวคาโด้ที่นี่อร่อย แถมถูกมาก ๆ ด้วย


จิบชา

ศรีลังกา เป็นดินแดนแห่งชามานับร้อย ๆ ปีแล้ว  ว่ากันว่าเกือบ 5% ของประชากรประเทศศรีลังกา ทำงานในอุตสาหกรรมชา มาตั้งแต่ปี  1867  นั่นทำให้วิถีชีวิตจองผู้คนผูกพันธ์กับชาเป็นอย่างมาก

ถ้ามาที่นี่มีโรงงานชาให้เยี่ยมชมหลายแห่งมาก แนะนำให้ลองเลือกดูสักแห่งแล้วจิบชายามบ่ายสบาย ๆ ดู ถ้าอยู่ในตัวเมืองก็ลองหาร้านชาลองดื่มดู ให้ถึงอารมณ์ของชาวศรีลังกาอย่างแท้จริง


การเดินทาง

การเดินทางภายในเมืองส่วนใหญ่ใช้รถแท็กซี่หรือตุ๊ก ๆ สำคัญที่สุดคือให้ตกลงราคาให้เรียบร้อยก่อน เพราะไม่มีมิเตอร์เหมือนบ้านเรา และคิดเอาไว้ก่อนเลยว่าชาวต่างชาติจะต้องจ่ายแพงกว่าเล็กน้อย

ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองก็มีทั้งรถบัสและรถไฟให้เลือกใช้บริการ โดยรถไฟดูจะตรงเวลาและสะดวกสบายมากกว่า  หากใครต้องการความสะดวกที่สุด ขอแนะนำให้เช่ารถขับ แต่จะขับลำบากหน่อย เพราะที่นี่ถ้าเป็นเมืองใหญ่รถค่อนข้างเยอะ


การเดินทางไป ศรีลังกา

การไปศรีลังกาให้สบายและได้ฟีลลิ่งที่สุดก็ต้องไปกับสายการบินประจำชาติอย่าง SriLankan Airlines เพราะที่นี่เค้าใช้พนักงานต้อนรับเป็นคนศรีลังกาทั้งหมดเลยนะ ฉะนั้นเราก็จะรู้สึกเหมือนกันเข้าประเทศศรีลังกาตั้งแต่ย่างเท้าขึ้นเครื่องบินเลยทีเดียว พนักงานต้อนรับทุกคนสุภาพและมารยาทดีมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องขอของหรือความช่วยเหลือเพิ่มเติมเลย เค้ายินดีให้บริการอย่างดี

เรื่องความใหม่ของเครื่องก็ใช้ได้เลย สะอาดสะอ้านและขนาดมาตรฐาน  อาหารก็ค่อนข้างรสคุ้นลิ้น ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก  ที่เราได้ลองก็มีข้าวไก่ผัดแกง รสดีเลยทีเดียวไม่มัน ๆ จืด ๆ เหมือนอาหารอินเดีย ออกจะใกล้อาหารไทยมากกว่า

เรื่องรอบการให้บริการก็ค่อนข้างมาก เพราะมีบินออกจากไทยทุกวันวันละละ 2 เวลาเป็นพื้นฐาน และถ้าเป็นวันจันทร์ พุธ เสาร์ มีถึงสามเวลา ฉะนั้นใครจะวางแผนไปกลับแบบ flexible  หน่อยก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีบินทุกวัน

สำหรับคนที่บินแบบชั้นธุรกิจ ขาบินกลับจาก Colombo สามารถเข้าใช้เลาจ์ของสายการบินได้ด้วย มีเครื่องดื่มและอาหารให้บริการครบครันเลยทีเดียว นั่งรอบินกลับแบบสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวตกเครื่อง เพราะเค้าจะมีพนักงานมาคอยตามทุก ๆ คนที่มีกำหนดบินเลยทีเดียว

จองตั๋วเครื่องบินสายการบิน Srilankan Airlines ด้วยบัตรเครดิต KTC

แลกรับเครดิตเงินคืน 10% + คะแนนสะสมพิเศษ KTC FOREVER REWARDS 5 เท่า

(คะแนนสะสมปกติ 1 เท่า + คะแนนสะสมพิเศษ 4 เท่า)


จิปาถะ

อินเตอร์เนท  จะใช้ Sim2Fly จากไทยก็ได้ หรือจะซื้อซิมที่สนามบินก็ได้ เรทไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่

การแลกเงิน  เงินรูปี  ศรีลังกา ไม่ค่อยมีให้แลกในไทย ไปแลกที่สนามบินจะดีกว่า เตรียมเงิน USD ไปแลกจะได้เรทค่อนข้างดี

ปลั๊กไฟ ไม่เหมือนเมืองไทย เตรียมปลั๊ก UNIVERSAL ไปดีกว่า

เวลา ต่างกับเมืองไทย 1ชั่วโมง 30 นาที ปรับเวลาเอาไว้ได้เลย

อากาศ  เป็นเขตร้อนชื้น อากาศคล้าย ๆ ภาคใต้บ้านเรา แต่ตอนกลางของประเทศจะอากาศเย็นกว่า แต่ฝนก็ตกบ่อยกว่าด้วย แต่ส่วนใหญ่ตกแล้วก็หยุด อากาศเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อย


สมัครบัตรเครดิต KTC แล้วรับโปรโมชั่นดีๆเรื่อง
เที่ยวได้ที่นี่