5 อย่างต้องเช็คหลังเดินทาง Travelkanuman X BodyConscious

192

ทุกวันนี้การเดินทางแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของทุก ๆ คนไปเสียแล้ว ด้วยความง่ายและประหยัดขึ้นอย่างมากมายในสมัยนี้ ทำให้ทุก ๆ คนแทบจะมีทริปเดินทางของตัวเองกันแทบจะทุกเดือนเลยทีเดียว

ที่นี้ตอนเดินทางก็สนุกอยู่หรอก แต่หลังจากกลับจากการเดินทางแล้วหลาย ๆ คนไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเรื่องราวหลังการเดินทางเลย ฉะนั้นวันนี้เราเลยจะมาเขียนถึงสิ่งที่เราควรจะจัดการหลังการเดินทางกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อ ๆ ไป


1 จัดระเบียบรูปถ่ายต่าง ๆ

สิ่งแรกที่เราต้องจัดการเลยหลังจากกลับจากทุกทริปคือ จัดระเบียบรูปถ่าย ให้เป็นหมวดหมู่  คงจะไม่สนุกแน่ ๆ ถ้าไฟล์ของเราหายไปหาไม่เจอ หรือบางทีรูปก็ปนกันมั่วไปหมด  แนะนำให้แยก Folder ออกเป็นหมวดหมู่ ถ้าสถานที่ซ้ำกันก็จำแนกด้วยปีที่ไปก็ได้  แค่นี้รูปของเราก็จะถูกแยกเป็นทริป ๆ สะดวกต่อการค้นหาแล้ว


2 เช็คพาสปอร์ท / วีซ่า

ส่วนใหญ่คนที่มีปัญหาเรื่อง Passport หมดอายุ มักจะลืมไปว่า passport ตัวเองหมดอายุเมื่อไหร่  บางทีมารู้ตอนอีกไม่กี่วันจะเดินทางแล้ว ทีนี้ล่ะวิ่งหัวหมุนกันเลยทีเดียว

ฉะน้นเราแก้ปัญหาด้วยการเช็คทุกครั้งหลังจากการกลับมาจากทริป ว่า passport เราเหลืออายุแค่ไหน ถ้ากำลังจะหมดอายุแล้วก็รีบไปทำใหม่เสียจะได้สบายใจ

นอกจากวันหมดอายุแล้ว อยากให้เช็คเรื่องการฉีกขาดเสียหายของตัวหนังสือเดินทางด้วย เพราะบางประเทศเค้าตรวจเรื่องนี้เข้มมาก อาจจะมีปัญหาได้


3 เช็คบัตรATM บัตรเครดิท


ทั้งบัตรเครดิทและ ATM  ถ้ามีสำรองเอาไว้ก็ทำให้เราอุ่นใจได้ไม่น้อย เพราะบัตรทั้งหลายนี้สามารถช่วยเราในยามฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี บางครั้งเราก็ใช้เงินสดจนหมดไปอย่างไม่รู้ตัว การมีบัตรสำรองเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินจึงจำเป็นมาก ๆ

แต่การใช้ก็มีความเสี่ยงถ้าเราใช้ในสถานที่ที่ดูไม่น่าปลอดภัยเท่าไหร่ ฉะนั้นควรจะใช้บัตรเครดิทเฉพาะโรงแรมหรือร้านอาหารที่ไว้ใจได้เท่านั้น ถ้า ATM ก็เลือกกดในสนามบินหรือห้างร้านที่ปลอดภัยจะดีกว่า และที่ต้องทำคือเช็คเสมอว่ามียอดไม่พึงประสงค์เข้ามาหรือเปล่า ถ้ามีก็ให้รีบแจ้งทางธนาคารทันที

สำหรับเช็คการเดินทางนั้น เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น 2-3 เดือน  เพราะการเดินทางนาน ๆ นั้นเราจำเป็นจะต้องใช้เงินค่อนข้างมาก บางทีอาจจะใช้หลายแสนบาททีเดียว แล้วลองนึกดูสิว่าถ้าเราต้องพกเงินหลายแสนบาทติดตัวไปตลอดเวลาจะอันตรายขนาดไหน  ฉะนั้นนักเดินทางส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะแลกเงินเป็นเช็คการเดินทางหลาย ๆ ใบ แล้วค่อย ๆ ทยอยนำเช็คไปแลกเป็นเงินสดมากกว่า

ข้อดีของเช็คการเดินทางคือ มีเฉพาะคนที่ลงชื่อในเช็คเท่านั้นที่จะแลกเงินได้ ฉะนั้นถ้าเช็คหาย เราก็ไม่ได้สูญเงินไป แค่ต้องแจ้งเรื่องเท่านั้น การแลกก็ไม่ยาก สนามบินหรือสถานีรถใหญ่ ๆ มักมีที่แลกเช็คการเดินทางเสมอ ที่สำคัญเรทดีกว่าใช้เงินสดแลกด้วยนะ


4 ตรวจดูสุขภาพหลังการเดินทาง

การเดินทางไกลมันทำให้ร่างกายของเราเหนื่อยล้ามาก ๆ ฉะนั้นหลังการเดินทางแบบหนักหน่วง โดยเฉพาะอาการปวดคอและปวดหลัง  เราจึงมักจะไปทำการซ่อมร่างกายอยู่เสมอ ๆ และวันนี้เราขอแนะนำ BodyConscious BKK  ซึ่งที่เค้าเป็น health & weight loss center ที่มีโปรแกรมเกี่ยวกับสุขภาพมากมายหลายอย่างเลยนะ

ส่วนตัวเราได้ไปลองมาแล้วหลายโปรแกรม จะขอเล่าความรู้สึกดังนี้นะ

การทำช็อคเวฟ (Shockwave Therapy)

อันนี้ชอบมากใช้แล้วอาการปวดคอหายไปโดยทันทีเลย โปรแกรมนี้แนะนำสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาจากอาการปวดเรื้อรัง คลื่นกระแทกจะส่งคลื่นเสียงพลังงานสูงไปทำปฏิกิริยากับกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ ระงับความเจ็บปวด และฟื้นฟูการเคลื่อนไหว คลื่นกระแทกที่มีประสิทธิภาพสูงจะถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการเรื้อรัง กึ่งเฉียบพลันและเฉียบพลัน

การฝังเข็มและการทำอัลตร้าซาวด์ (Ultra Acupuncture)

อันนี้เป็นแพทย์ทางเลือกที่กำลังเป็นที่นิยม การฝังเข็มสามารถใช้รักษาอาการปวดตามร่างกายในส่วนต่างๆ เช่น คอ หัวไหล่ หลัง หัวเข่า อาการปวดศีรษะ และอาการอื่น ๆ ได้อีกมากเลย เช่น ความตึงเครียด ความวิตกกังวล และ อาการนอนไม่หลับ ก็รักษาได้

ส่วนอัลตร้าซาวด์ บริการชนิดนี้แนะนำสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน พวก เอ็นอักเสบ อาการเคล็ดขัดยอก

ฉะนั้นการฝังเข็มและการทำอัลตร้าซาวด์ จึงเป็นการรวมศาสตร์การรักษาแบบตะวันออกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีนและการกายภาพบำบัดของโลกตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน ที่มุ่งเน้นให้ผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

จากที่ลองมา การฝังเข็มนั้นดีมากกว่าที่เคยคิดไว้ คือแค่หมอลองปักไปที่จุดแรกก็รู้สึกแตกต่างทันทีเลย พอทำร่วมกับอัลตร้าซาวด์ ก็ยิ่งเห็นผลมากยิ่งขึ้น

อินฟาเรด ซาวน่า

ปกติเคยลองแต่ซาวน่าทั่ว ๆ ไป นี่เป็นครั้งแรกที่ลองแบบอินฟาเรด สิ่งที่แตกต่างกันคืออินฟาเรดซาวน่าจะส่งความร้อนเข้าสู่ผิวชั้นลึกกว่า โดยสามารถส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ผิวได้ประมาณ 1.5 นิ้ว ทำให้ความร้อนเกิดขึ้นจากภายในสู่ภายนอกจึงสามารถขับสารพิษได้มากถึง 20ของปริมาณเหงื่อที่ถูกขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้เนื่องจากว่าความร้อนจะเกิดขึ้นจาก ภายในสู่ภายนอก  ผู้เข้ารับบริการจึงจะไม่รู้สึกร้อนที่ผิวมากเท่ากับซาวน่าแบบปกติทำให้สามารถอยู่ในอินฟาเรดซาวน่าได้นานกว่าซาวน่าแบบธรรมดาอีกด้วย

ข้างในเค้ามี Netflix ให้ดูด้วยนะ เพลิน ๆ ไม่นานก็ผ่านไปแล้ว 40 นาที  ออกมาแล้วสบายตัวมากเลย

ออเรียนทอล บอดี้ โทนนิ่ง Oriental Body Toning (Acupuncture + Cupping) 

ครอบแก้วนี่จะทำควบคู่ไปกับการฝังเข็ม แบบต่อเนื่องกัน ทำคู่กันแล้วรู้สึกสนุกดี

ทรีทเมนท์สำหรับเรือนร่างที่สมส่วน  โดยการนำศาสตร์การแพทย์แผนจีนมาช่วยในการกระชับสัดส่วน ระบบการเผาผลาญในร่างกายจะถูกกระตุ้นด้วยการฝังเข็มไปยังจุดสำคัญที่ช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมันและเร่งให้เห็นผลชัดเจนเร็วขึ้นด้วยการใช้แสงอินฟาเรดเพื่อให้การกระตุ้นลงไปยังชั้นไขมันที่ลึกขึ้นหลังจากนั้นจะใช้แรงดูดจากการครอบแก้วช่วยทำให้ไขมันสลายและกำจัดของเสียทีสะสมอยู่ซึ่งรวมถึงเซลลูไลท์ให้ออกจากร่างกายผ่านระบบไหลเวียนน้ำเหลืองเพื่อช่วยให้บริเวณนั้นๆมีความกระชับและเรียบเนียน หลังจากการทำทรีทเมนท์ แพทย์แผนจีนจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยขน์และจ่ายสมุนไพรหรือสารอาหารเพื่อช่วย รักษาน้ำหนักและรูปร่างให้คงที่ด้วยล่ะ

ปล หมอคุยเก่ง เป็นกันเองมากมาย

การออกกำลังกายแบบ อีฟิต (E-Fit)

อันนี้ดีและสะใจมาก ๆ เพราะเหมือนเราออกกำลังกายในเครื่องแรงดึงดูดเลย ขยับตัวแขนขาก็หนักไปหมด แค่ขยับเบา ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยและหนักแล้ว แต่ทำเสร็จแล้วรู้สึกดีมาก ๆ เลย

การออกกำลังกายแบบ E-Fit คือการออกกำลังกายที่ผู้เข้ารับบริการจะได้ สวมใส่ชุดชนิดพิเศษ โดยชุดนี้จะส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไปที่กล้ามเนื้อเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อได้ทำงานมากขึ้น โดยโค้ชของ ทางคลินิกจะสอนให้แขกที่เข้ารับบริการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ หลากหลายท่า เป็นเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งวิธีนี้เองจะช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหมือนกับการออกกำลังกายแบบปกติที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 

การให้วิตามินทางหลอดเลือดดำ IV Infusion แบบ Energizer และ Flumucil

ขั้นตอนท้ายสุด ก็คือการให้วิตามิน เป็นการผ่อนคลายแบบสบาย ๆ นอนหลับยาวเลย 😀

การให้สารน้ำและกรดอะมิโนทางหลอดเลือดดำ มีความแตกต่างจากการรับประทานวิตามิน กล่าวคือการให้วิตามินด้วยการรับประทาน ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้เพียง 20% ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในทางกลับกันการให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายด้วยการทำ IV Infusion ร่างกายจะสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ 100%

สรุปเสร็จสรรพแล้ว ได้ทดลองทำไปหลายอย่าง แถมมีหมอที่เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาโดยตรงอีกด้วยว่าควรทำพฤติกรรมอย่างไรในทริปถัด ๆ ไป

ใครสนใจ  BodyConscious BKK  ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bodyconsciousbkk/ 

หรือ

http://www.ywellnessbkk.com 


5 หาข้อมูลเตรียมตัวสำหรับทริปใหม่

สุดท้ายทริปถัดไปกำลังรอเราอยู่ หาข้อมูลสำหรับการเดินทางครั้งใหม่กันเถอะ  😀