เดินทางราคาประหยัดอย่างไรถึงจะเรียกว่าคุ้มค่า

576

ในโลกยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เนทสามารถเข้าถึงได้ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงวิธีการไปสถานที่ต่าง ๆ ในโลก  การเดินทางของคนทั่วไปก็ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนชั้นกลาง คนทำงานออฟฟิส หรือเสี่ยใหญ่เจ้าของกิจการ  ก็สามารถเดินทางไปสถานที่ที่เสมือนเมืองลับแลในยุค 20-30 ปีก่อนได้ทั้งนั้น   ต่างจากสมัยก่อนที่มีเฉพาะนักสำรวจ หรือคนที่มีอาชีพเกี่ยวกับการเดินทางเท่านั้นจึงจะไปเยือนได้

ด้วยจำนวนคนออกท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น  กระแสการท่องเที่ยวแบบราคาประหยัดจึงถูกพัดโหมกระหน่ำขึ้นมา ทั้งจากตัวองกรณ์การท่องเที่ยวต่าง ๆ โรงแรม สายการบิน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยากจะกระตุ้นให้ผู้คนออกท่องเที่ยวกัน  เพราะแน่นอนว่าธรรมชาติของมนุษย์ ถ้าอะไรประหยัดได้ก็ควรจะประหยัด อะไรถูกกว่าเราก็จะมองก่อน

กระแสการเที่ยวแบบประหยัดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเหมือนกับว่าบางที หลาย ๆ คน เริ่มท่องเที่ยวประหยัดเพื่อแข่งกัน ราคาของทริปหนึ่งทริปเริ่มถูกนำมาแสดงว่าถูกลงเรื่อย ๆ จาก 5 หมื่น มา 3 หมื่น จนบางทีลงมาเหลือหมื่นเดียวก็มี

แต่ในความเป็นจริง การท่องเที่ยวแบบประหยัดไม่ใช่การประกวดแข่งกันว่าใครจะทำราคาได้ถูกที่สุด  ใช้เงินน้อยที่สุด หรือไปได้หลายประเทศที่สุด


แต่มันคือการที่เราสามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำได้ในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดมากกว่า


หลาย ๆ คนที่เรารู้จัก ตีความหมายของการท่องเที่ยวแบบประหยัดผิดไป เพราะการท่องเที่ยวแบบประหยัดไม่ใช่แค่การได้ไปเยือนโดยใช้เงินน้อยที่สุด แล้วปักหมุดใน FB ว่าไปมาแล้ว จากนั้นก็กลับ

แล้วการท่องเที่ยวแบบประหยัดที่ถูกต้องคืออะไรล่ะ ?

ข้อนี้เราก็ตอบแทนทุกคนไม่ได้ เพราะแต่ละคนก็มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน  บางคนไปเที่ยวเพื่อถ่ายรูป บางคนไปเผื่อหาอาหารแปลก ๆ ทาน บางคนอยากไปผจญภัย หรือบางคนแค่อยากไปอยู่เงียบ ๆ

แน่นอนสำหรับคนที่มีความสุขในการไปเยือนหลาย ๆ ประเทศโดยที่ทำราคาถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้น เราก็สนับสนุน เพราะว่ามันเป็นวิธีใช้เงินอย่างมีความสุขของเขา  แต่สำหรับบางคนที่หลงประเด็นไปเราอยากจะให้ลองกลับไปถามตัวเองก่อนว่า เราอยากท่องเที่ยวแบบประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้จริง ๆ หรือ ?


ตัวอย่างที่เห็นง่าย ๆ เช่น เราเคยเขียนเรื่อง  การท่องเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน โดยใช้เงินแค่ 10,000บาท ( รวมตั๋ว )  ขึ้นมา โดยที่หาตั๋วราคาประหยัด และกินอยู่อย่างประหยัดสุด ๆ เท่าที่จะทำได้

แต่จากแผนการเที่ยวที่เราทำไว้ คุณจะไม่ได้ขึ้นชมวิวสวย ๆ ของเมือง จะไม่ได้แช่ออนเซน ไม่ได้ทานอาหารแปลก ๆ อร่อย ๆ ที่มีมากมาย ไม่ได้ไปเยือนฟูจิ  ไม่ได้ซื้อของ ไม่ได้เข้าสวนสนุก และไม่ได้ทำอะไรอีกสารพัด  ถ้ารับกับตรงนี้ได้ โอเค ทริป 4 วัน 10,000 บาทเป็นทริปที่เหมาะสมกับคุณ

แต่ก็อีกนั่นแหละ ลองถามตัวเองดูก่อนว่ามีข้อจำกัดหรืออยากทำอะไรบ้าง  เช่น อยากเข้าดีสนี่ย์แลนด์ซักครั้งในชีวิต ก็บวกเพิ่มไปอีก 2000 บาท อยากทานอาหารมื้อดี ๆ ก็บวกไปมื้อละ 300-400 บาท อยากนอนเรียวกังพร้อมเซทอาหาร แช่น้ำร้อน ก็บวกไป 3000 บาท อยากนั่งรถไปเยือนที่ไหน ก็บวกไปเท่านั้น

คราวนี้เราค่อยมาดูว่า เราจะหาทางลดค่าใช้จ่ายของสิ่งที่เราอยากทำได้อย่างไร เช่นอยากนอนเรียวกัง เราก็หาเรียวกังที่ราคาเหมาะสม อาหารคุ้มค่า อยากทานอาหารดี ๆ ก็หาร้านที่อร่อย คุ้มเงินที่เสียไป

ไม่ใช่พยายามจะลดรายจ่ายให้มากที่สุดโดยตัดค่าใช้จ่ายส่วนนั้น ๆ ออก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเราเองก็อยากจะทำสิ่งนั้น ๆ

ฉะนั้น การท่องเที่ยวราคาประหยัด ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องท่องเที่ยวให้ราคาถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบแคบ ๆ  แต่เป็นการเลือกขนาดของกรอบเอง ว่าเราจะหาทางทำตามความต้องการของเราโดยให้มีราคาเหมาะสมได้อย่างไร

IMG_1846 copy

หวังว่าคงเป็นไอเดียสำหรับคนที่อยากออกท่องเที่ยวแบบประหยัดได้ไม่มากก็น้อย