เคล็ด(ไม่)ลับ เดินทางทั่วยุโรปอย่างประหยัดกับ Rail Europe

8712

การเดินทางในยุโรปนั้นเป็นที่รู้กันว่าในหลาย ๆ ประเทศมีค่าใช้จ่ายที่แพงพอสมควรทีเดียวโดยเฉพาะค่าเดินทางที่บางครั้งแค่ตั๋วเที่ยวเดียวก็มีราคาหลายพันบาทเลย

Hallstatt village in Alps
Hallstatt village in Alps

แต่กระนั้นรถไฟก็ยังเป็นวิธีการเดินทางที่ยืดหยุ่นและง่ายสำหรับนักเดินทางที่มาเที่ยวยุโรปเป็นเวลาไม่นานมาก เพระรวดเร็วและมีให้บริการเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญ สถานีรถไฟทุกที่มักใกล้ใจกลางเมืองมากกว่าสนามบินต่างๆอีกด้วย ซึ่งตั๋วสำหรับเดินทางในยุโรปนั้นนอกจากการซื้อเป็นรอบ ๆ แล้ว เรายังสามารถซื้อราคาเหมาจ่ายได้ บริหารโดย RAIL EUROPE

RailEurope-CLR-Logo

ตั๋วเหมาจ่ายของ RAIL EUROPE  ทำให้การเดินทางในยุโรปของเราประหยัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถ้าเราใช้อย่างถูกวิธี  ฉะนั้น เรามาดูวิธีการเดินทางโดยรถไฟให้คุ้มค่ากันเถอะ


ศึกษาชนิดของตั๋วให้แน่ชัด


ตั๋วรถไฟแบบเหมาจ่ายนั้นมีหลากหลายชนิด ซึ่งแน่นอนว่าราคาต้องต่างกันออกไป ฉะนั้นเราควรที่จะศึกษาว่าตั๋วชนิดไหนใช้เดินทางได้แค่ไหน โดยประเทศในขอบเขตของ Rail Europe มีถึง 24 ประเทศทีเดียวเชียว  โดยตั๋วที่ใช้เดินทางได้ทุกอย่างก็คือ  Eurail Global Pass  ที่เดินทางเข้าได้ทุกประเทศ   ส่วนตั๋วแบบอื่น ๆ ก็มีตั๋วแบบ 4 ประเทศ  3 ประเทศ  2 ประเทศ  และตั๋วแบบประเทศเดียว  โดยที่วันเดินทางก็มีตั้งแต่เดินทางได้ 15 วันไปจน 60 วันแบบต่อเนื่อง    หรือจะเลือกแบบเดินทางได้ 4 ,5,8,10 หรือ 15 วันแบบไม่ต่อเนื่องภายใน 2 เดือนก็ทำได้ ( แต่ราคาจะแพงกว่าพอสมควร )​

Eurail-Italy-Pass EURAIL-PASSone_country_pass_box

มาถึงตรงนี้บางคนก็จะรู้สึกว่าทำไมมีตั๋วเยอะชนิดขนาดนี้จะเลือกยังไงถูก  นั่นแหละ!!! เราเลยต้องไปดูกันทีละข้อว่าเรามีวิธีเลือกยังไง


เลือกทริปในฝันของเราก่อนเป็นอันดับแรก


ก่อนอื่น อย่างพึ่งสนใจว่าตั๋วแบบไหนทำอะไรได้บ้าง ให้เอาแผนที่มากาง แล้วนึกจุดที่อยากไปแล้วกาในแผนที่ก่อนเลย อยากไปเวนิสก็กาเวนิส  อยากไปปารีสก็กาปารีส   พอเราได้จุดต่าง ๆ ในแผนที่มาแล้ว เราค่อยมาดูว่าจุดเหล่านั้นอยู่ตรงไหนของแผนที่กันบ้าง

ทฟยพำ

พล็อตไปแบบนี้เลยเราจะเริ่มรู้ละว่าทริปของเรานั้นมีขอบเขตไกลขนาดไหน เพราะหลาย ๆ คนก็ไม่ได้แม่นนักว่าประเทศไหนเมืองไหนอยู่ที่ตรงไหนของแผนที่ ฉะนั้นพอทำแบบนี้ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะ


เทียบกับแผนที่เดินรถไฟ


แผนที่เดินรถไฟของ Rail Europe โดยหาจากที่  http://www.raileurope.com/europe-travel-guide/

จากนั้นมาดูว่าแต่ละเมืองที่เราจุดเอาไว้มันมีรถไฟผ่านไหม ถ้ามีเป็นรถเร็วหรือรถช้า

บางครั้งเราเห็นในแผนที่ว่ามันใกล้ ๆ แต่จริง ๆ แล้วใช้เวลาเดินทางเป็นวันเลยก็มี เพราะต้องข้ามภูเขา ไม่ก็ต้องรอรถหลายต่อ  ฉะนั้นลองเช็คเวลาการเดินทางให้ดี ๆ ด้วย โดยเช็คได้ที่เวป    http://reiseauskunft.bahn.de/bin/query2.exe/en?ld=212.201&country=USA&seqnr=1&ident=hu.010271201.1248788570&rt=1&newrequest=yes&&country=USA

เมื่อเราเป็นเช็คเรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้รู้เส้นทางคร่าว ๆ ของทริปเราแล้วล่ะว่าหน้าตาเป็นแบบไหน

rail-europe001b

สีแดง ๆ นั่นรถด่วนมากเป็นพิเศษ  ส่วนสีน้ำเงินนั่นรถด่วนพิเศษ  ส่วนสีดำคือรถด่วนธรรมดา  ส่วนที่ไม่ปรากฎจริง ๆ มีรถท้องถิ่นวิ่งอยู่เรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัว


กำหนดวันในทริป


พอเราได้ทริปคร่าว ๆ มาแล้วให้เรากำหนดไปเลยว่าจะพักที่ไหนกี่วันดี  ยกตัวอย่างเช่น

PARIS  4 mt Saint Michel 1  BRUSSEL 3 BRUGES 1 ROTTERDAM 2 AMSTERDAM 3

จากตัวอย่างนี้เราก็จะได้คำตอบ 3 คำตอบที่สามารถเอาไปคำนวนหาบัตรที่เหมาะสมกับเราได้ นั่นคือ


1 จำนวนวันที่เราใช้เดินทาง

2 จำนวนประเทศที่เราผ่าน

3 จำนวนวันในทริป


เนื่องจากในตัวเมืองนั้นส่วนใหญ่เราจะใช้ระบบรถไฟฟ้า ซึ่งจ่ายค่าบริการแยกจากค่ารถไฟ และตั๋วของเรามักจะไม่ครอบคลุมรถไฟฟ้าเหล่านี้ ฉะนั้น วันที่เราอยู่เฉย ๆ ในเมือง ไม่ได้ย้ายเมือง ตั๋วพวกนี้จะไม่ได้ใช้งานเลย

จากตัวอย่างนั้น เราใช้เดินทางข้ามเมืองทั้งหมด 5 ครั้ง  ฉะนั้นเราก็จะใช้ตั๋วได้ทั้งหมด 5 วัน   จากที่เราอยู่จริง 14 วัน  ในทั้งหมด 2 ประเทศ (กลุ่ม Benelux ถือว่าเป็นประเทศเดียวกัน)


เลือกตั๋วให้ตรงกับรูปแบบที่เราต้องการ


จากนั้นเราก็เข้าเวป  ไปดูว่าตั๋วไหนที่ครอบคลุมการเดินทางของเราบ้างก็จะพบว่ามีตั๋ว

Global pass แบบ แบบใช้ 5 วันภายใน 15 วันในราคา 642 USD

และ

Eurail Benelux – France Pass แบบใช้ 5 วันภายใน 2 เดือน ราคา 312 USD 

จะเห็นว่าราคาต่างกันเกินกว่าครึ่งทีเดียว  ฉะนั้นเราควรจะเช็คทุกครั้งว่าเราเดินทางแค่ไหน และควรใช้ตั๋วแบบไหนดี เพื่อไม่ให้เราต้องจ่ายค่าเดินทางเกินความเป็นจริง

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ราคาต่างกันมากมายขนาดนี้ก็เพราะ Global pass นั้น ไม่จำกัดประเทศที่ใช้นั่นเองและมีขายแบบเฉพาะ 1st class เท่านั้นด้วย ต่างกับ Pass แบบเฉพาะประเทศหรือสองประเทศที่จะมีแบบ 2nd class ให้เลือกใช้บริการด้วย


ฉะนั้นคราวหน้าเลือก  Pass ให้เหมาะกับการเดินทางของตัวเองก่อนเดินทางจะดีที่สุด โดยสามารถเช็คได้ที่  http://www.raileurope.com/rail-tickets-passes/europe-rail-pass-list/  เลย

บทแรกนี่ขอจบให้เข้าใจง่าย ๆ แค่นี้ก่อน  เดี๋ยวตอนต่อไปเราจะแนะนำทริคดี ๆ สำหรับการใช้ตั๋วที่เรามีอยู่ให้คุ้มที่สุด  อย่าลืมติดตามกันล่ะ

20140816_071735 copy IMG_7684 copy Bled Lake, Slovenia, Europe The Cathedral of Notre Dame de Paris, France