Mandarin Orchard กับ4+1 วิธีสนุกกับ Merry X’ mas ที่ใกล้ไทยที่สุด

4041

ถ้าให้เรานึกถึงเทศกาลที่ดูมีความสุขที่สุดในโลก หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงเทศกาล คริสต์มาส มาเป็นอันดับแรกเลย เพราะเราจะเห็นตามสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะฝั่งยุโรปต่างจัดงานฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ มีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม และแน่นอนว่าเป็นเทศกาลแห่งการ Shopping ที่แทบจะทำให้สาว ๆ หลาย ๆ คนอยากกระโดดทะลุมิติเข้าไปร่วมงานกับเขาด้วย

แต่ครั้นจะไปถึงยุโรปก็ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินมากพอสมควรเลย ทำให้บางคนก็ตัดใจจากการไปร่วมเทศกาลนี้ไปเลย แต่ที่จริงแล้ว มีประเทศหนึ่งที่จัดงานเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้หลาย ๆ ชาติในยุโรปอยู่ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เอง

ประเทศนั้นคือสิงคโปร์นั่นเอง

สิงคโปร์เป็นประเทศในเอเชียที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวยุโรปที่มาตั้งรกรากที่นี่มานับร้อย ๆ ปีในหลาย ๆ ด้าน  และหนึ่งในเทศกาลสำคัญประจำปีของประเทศก็คืองานคริสต์มาส

วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับบรรยากาศคริสต์มาสของสิงคโปร์กัน ว่าจะสนุก ยิ่งใหญ่ และสวยงามขนาดไหน โดยย่านที่เราจะไปพักและชมบรรยากาศงานฉลองก็คือย่าน ORCHARD ที่โด่งดังนั่นเอง โดยจะพักที่โรงแรมที่ทั้งหรูหราและมีประวัติศาสตร์เก่าแก่อย่าง Mandarin Orchard

เราขอแนะนำ 4+1  วิธีสนุกกับเทศกาลคริสต์มาส ณ Orchard กัน


1. เดินชมแสงสีเทศกาลยามค่ำคืน

ถนนที่มีสีสันมากที่สุดของสิงคโปร์ กลับยิ่งทวีความสดใสและตื่นตาตื่นใจมากขึ้นเมื่อเข้าเทศกาลคริสต์มาส  เพราะไฟจำนวนมหาศาลกว่าล้านดวงจะถูกประดับตกแต่งตามท้องถนนที่ยาวกว่า 2.88 กิโลเมตร ดูละลานตาเหมือนยกดาวบนฟ้ามาไว้ที่พื้นดิน ห้างร้านต่าง ๆ ก็จะแข่งกันประดับประดาไฟอย่างสวยงามน่ารักเป็นที่สุด

บริเวณตั้งแต่สถานี Dhoby Ghaut จนถึงสถานี Orchard นั้นคึกคักมากที่สุด เพราะมีห้างร้านเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก เรียกว่าเดินเล่นถ่ายรูปกันทั้งคืนก็ไม่น่าจะหมด  โดยเฉพาะแถวสถานี Somerset นั้นตกแต่งอย่างน่ารักด้วยธีมหลากหลายทั้ง  Gingerbread Man  , White x’mas  หรือแม้แต่เมืองใต้ท้องทะล

โดยทั่วไปการประดับประดาไฟเทศกาลจะเริ่มราวกลางเดือนพฤศจิกายน ยาวนานไปกว่า 6 สัปดาห์ให้ทุก ๆ คน ได้รับประสบการณ์คริสมาสต์ที่แสนวิเศษกันถ้วนหน้า


2. ตระเวนชิมอาหาร

โดยปกติ ถนนเส้นนี้ก็อุดมไปด้วยร้านอาหารมากมายทุกประเภทอยู่แล้ว ยิ่งช่วงคริสต์มาสแล้วล่ะก็ ร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะ Cafe น่ารัก ๆ จะมีออกเมนูพิเศษรับเทศกาลกันอย่างมากมาย  และเราก็ขอแนะนำร้านส่วนหนึ่งใน Orchard ที่น่าไปนั่งชิลให้นักเดินทางขาชิมได้ไปลองกัน มีตั้งแต่แบบสบายกระเป๋าไปจนถึงร้านหรูหราระดับ Michelin starred กันเลย

Shisen Hanten

ร้านอาหารจีนระดับสุดยอดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ตั้งอยู่ที่โรงแรม Mandarin Orchard  เป็นร้านที่ได้รับ Michelin starred ระดับ 2 ดาวเลยทีเดียว ให้บริการอาหารจีนแบบเสฉวน ซึ่งเป็นอาหารจีนประเภทที่เผ็ดร้อนเหมาะกับชาวไทยอย่างเรา ๆ นักล่ะ

โดยสาขาแรกร้านนี้ก่อกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่นโดยเชฟผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งอาหารเสฉวนของญี่ปุ่น Chen Kenmin  ถูกสืบทอดรสชาติโดย Chen Kenichi เชฟกระทะเหล็กที่โด่งดัง ผู้ซึ่งทำให้ชื่อร้าน Shisen Hanten เป็นที่รู้จักในวงกว้างจนมีสาขาหลายแห่งทั่วญี่ปุ่น

และที่สาขาสิงคโปร์นี้เองที่ถือเป็นสาขานอกประเทศสาขาแรก อาหารทุกจานถูกออกแบบมาอย่างปราณีตโดยฝีมือของเชฟชื่อดัง Chen Kentaro ทายาทของเชฟ Chen Kenichi ทำให้มั่นใจได้เลยว่า รสชาติ และลำดับการเสิร์ฟอาหารนั้นถูกจัดเตรียมมาอย่างดี

อาหารจานเด็ดของที่นี่ล้วนมีรสเผ็ดร้อน อย่างเช่น MaboTofu เต้าหู้รสเผ็ดร้อนชวนน้ำลายสอ ที่ไม่ได้มีแค่รสเผ็ดอย่างเดียวแต่ยังมีความกลมกล่อมของรสชาติอื่น ๆ ด้วย หรือซุปเสฉวนที่เปรี้ยวเผ็ดกำลังดีทำให้รับประทานได้คล่องคอ  และที่ถูกใจคนชอบรสจัดมาก ๆ น่าจะเป็น Stewed fish fillet in super-spicy Szechwan pepper sauce อาหารจานปลาที่รสเผ็ดร้อนจากพริกจำนวนมาก

ใครไม่ชอบเผ็ดก็สามารถสั่งอาหารรสเบา ๆ ได้อย่างเช่น ซุป Foie gras chawanmushi with crab roe soup ที่รสอร่อยกลมกล่อม หรือจะเป็นจำพวกเป็ดย่าง หมูกรอบก็อร่อยเช่นกัน

ใครที่ชื่นชอบอาหารจีนรสเผ็ดร้อนแบบเสฉวน อย่าลืมแวะมาลองที่นี่ ราคาเฉลี่ยจานละ 18 -36  SGD  ( 450-900 บาท ) ถ้ามาสามถึงสี่คนสั่ง สี่จาน ก็จะตกราวมื้อละ 25-35 SGD ( 625 – 875 บาท )

เวลาทำการ 00.00-14.30 , 18.00-22.00

แผนที่


Marché Mövenpick

ศูนย์อาหารที่ตั้งอยู่ที่ 313 Somerset นี้มีธีมร้านอาหารเมืองสวิสที่ใครต่อใครที่ได้เข้าไปเห็นต้องร้องว้าว !!! เพราะบรรยากาศดีมาก ๆ การตกแต่งทำให้เหมือนกันเราอยู่ในดินแดนนาฬิกาจริง ๆ เลย การใช้ไม้เป็นวัสดุหลักของร้านทำให้ดูอบอุ่น การตกแต่งด้วยของประดับต่าง ๆ ที่เพิ่มความน่ารักและเก๋ไก๋ได้อย่างดี  ยิ่งถ้าไปช่วงคริสต์มาส ก็ยิ่งรู้สึกอินกับบรรยากาศแบบยุโรปมากยิ่งขึ้น

ที่นี่ให้บริการแบบศูนย์อาหาร โดยก่อนจะเข้าร้านจะมีพนักงานให้บัตรเพื่อใช้แทนเงินสดในการซื้อของในซุ้มต่าง ๆ และมาชำระเงินก่อนออกจากร้าน โดยประเภทอาหารก็มีหลากหลายทั้ง ซุป สลัด เสต็ก พิซซ่า  เลือกซื้อได้ตามใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มาเป็นหมู่คณะแล้วอยากกินอาหารกันคนละแบบ หรือบ้านที่มากับเด็ก ๆ รับรองว่าที่นี่จะน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับหนู ๆ อย่างแน่นอน

เวลาทำการ 11.00-23.00

แผนที่


Pom Pom purin cafe

Cafe สัญชาติญี่ปุ่นที่มาเปิดให้บริการที่นี่ในปี 2016 นี่เอง ที่นี่จุดเด่นก็คงไม่พ้นขายความน่ารักของเจ้าหมาน้อย Pom Pom purin ของทาง Sanrio นั่นเอง เพราะการตกแต่งทั้งหมด อิงกับ Character ของเจ้าหมาสีเหลืองตัวนี้

นอกจากบรรยากาศที่แสนน่ารักแล้ว อาหารของที่นี่ก็มีการตกแต่งมาให้เข้ากับธีมอีกด้วย บางจานจะกินก็รู้สึกเสียดายกันเลยทีเดียว โดยในช่วงคริสต์มาสนั้นก็จะมีเมนูพิเศษเพิ่มเข้ามาให้ได้ลิ้มลองและถ่ายรูปเล่นกันด้วย

เวลาทำการ 11.00-22.30

แผนที่


Chatterbox

อยากกินอาหารพื้นเมืองของสิงคโปร์ในแบบที่พิเศษกว่าร้าน Food court ธรรมดาน่ะรึ ? ไม่ยากเลย เพราะที่ Chatterbox ร้านอาหารบริเวณชั้น 5 ของโรงแรมเก่าแก่อย่าง Mandarin Orchard นั้นมีให้บริการร้านอาหารพื้นเมืองที่มีจานเด่นคือ  Mandarin Chicken Rice หรือที่บางคนเรียกกันว่า ข้าวมันไก่ในตำนาน  เพราะขายที่โรงแรม Mandarin Orchard มาแล้วอย่างยาวนาน

ข้าว ไก่ น้ำจิ้ม หรือซุป ใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำขึ้นมาด้วยความปราณีต รสชาติข้าวอร่อย หอมหวาน ไก่เนื้อฉ่ำน้ำ  อร่อยสมคำร่ำลือ พร้อมซอสสองอย่าง เด็ดที่ซอสพริกสูตรพิเศษที่น่าจะเผ็ดถูกใจคนไทยเรา ราคาอยู่ที่ประมาณ 27 SGD ( 675 บาท )

นอกจากข้าวมันไก่ก็ยังมี Laksa ที่ใส่ Lobster มาด้วย  ปีกไก่ทอดคลุกไข่เค็มกับพริก และอาหารพื้นเมืองอื่น ๆ ก็มีให้บริการด้วย เท่าที่ลองรสดีทุกอย่าง เพราะมีเชฟฝีมือดีคอยควบคุมอยู่  ราคาโดยรวมอาจจะสูงกว่าร้านตามท้องถนน แต่รสชาตินั้นไว้ใจได้แน่นอน

เวลาทำการ 7.00-10.00 , 11.00-23.00

แผนที่


Arteastiq

ร้านชาสุดเก๋ที่ตั้งอยู่บนชั้น 4 ห้าง Mandarin Gallery จุดเด่นของที่ร้านนี้ก็เหมือนกับชื่อร้าน คือเป็นกึ่งร้านจิบน้ำชากึ่งร้านศิลปะ โดยร้านแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนร้านอาหาร กับส่วนใช้สำหรับวาดรูป (ราคา 30 SGD หรือ 750 บาท /3 ชม ) ทางร้านจะเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ให้พร้อมชาอีก 1 ชุด วาดไปจิบชาไปแบบสบาย ๆ

ส่วนของร้านอาหารนั้นตกแต่งไว้อย่างสวยงามออกแนว Modern ใช้สีน้อย ๆ เน้น ขาว ดำ แล้วตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ  เหมาะจะใช้นั่งจิบชายามบ่ายเก๋ ๆ

ด้านอาหารจะเป็นอาหารเบา ๆ รสชาติใช้ได้ แต่ที่เด่นมากกว่ารสชาติคือการจัดวางที่สวยงามดูหรูหรา เหมาะกับการถ่ายรูปมาก ๆ โดยชาหนึ่งชุดราคาราว 10SGD  ไม่ถูกไม่แพง เหมาะสำหรับการนัดเพื่อน ๆ มาจิบชาแล้วพูดคุยกัน ใครที่เหนื่อย ๆ จากการเดินเที่ยวแนะนำให้ลองแวะมาที่นี่ดู

เวลาทำการ 11.00-22.00

แผนที่


DAL.KOMM 

ร้านกาแฟน่ารัก ๆ สัญชาติเกาหลีที่มีจุดเด่นตรงที่เป็นฉากในหนังซีรี่ย์เกาหลีสุดฮิตของกัปตันยู ในร้านตกแต่งเหมือนกับร้านต้นฉบับที่เกาหลีเลย เรื่องกาแฟและขนมก็รสชาติใช้ได้ เหมาะสำหรับนั่งแช่พักเหนื่อยดับร้อนนักเชียว

เวลาทำการ 10.00-22.00

แผนที่


3. SHOPPING ท่ามกลางบรรยากาศพิเศษ

ช่วงเทศกาลแห่งความสุขนั้น หลาย ๆ ห้างต่างก็ลดราคาสินค้าแข่งกัน บ้างก็จัดบรรยากาศการเดินให้น่า Shopping มากกว่าปกติ ฉะนั้นการมาเดินเลือกซื้อของในช่วงคริสต์มาสนี้จึงมีความสุขที่สุด ราคาสินค้าบางอย่างอาจจะไม่ได้ถูกมากเมื่อเทียบกับเมืองไทย แต่ก็จะมีสินค้าพิเศษ สินค้าเฉพาะช่วงออกมายั่วกิเลสของเราอยู่เรื่อย ๆ แทบทุกแห่งเลย


4. เลือกที่พักที่เดินทางสะดวก

ที่ ORCHARD  มีที่พักมากมายหลายระดับให้เราได้เลือกสรร ตั้งแต่ Hostel ราคาคืนละไม่ถึงพัน ไปจนถึงโรงแรมหรูหราที่ทั้งสวยงามและบริการครบครัน

สำหรับทริปนี้เราพักที่โรงแรม 5 ดาวชื่อดังประจำย่าน Orchard อย่าง MANDARIN ORCHARD


MANDARIN ORCHARD  SINGAPORE


MANDARIN ORCHARD เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ออกแบบในสไตล์เอเชียตะวันออก ผสมผสานความ Modern เข้าไปอย่างลงตัว ทำให้ทั้งดูมีทั้งความขลังและความทันสมัยควบคู่กัน โดยจะสามารถสังเกตได้จาก Element ต่าง ๆ ภายในโรงแรมที่จะมีการสอดแทรกความเป็นเอเชียตะวันออกเอาไว้ทุกแห่ง

.

จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้นอกจากการออกแบบแล้ว ก็ยังมีเรื่องของทำเลที่นับว่าสะดวกสบายมากเป็นลำดับต้น ๆ ในย่านนี้ ยิ่งถ้ามีเป้าหมายจะมาสำรวจ Orchard แล้วล่ะก็ที่นี่ถือว่าเหมาะสมมาก ๆ นอกจากนั้นด้านการบริการจากพนักงานตั้งแต่แผนกต้อนรับไปจนถึงพนักงานในร้านอาหารก็ทำได้ดีอย่างน่าชื่นชม สมเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว

LOCATION

จุดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของที่นี่คือทำเล เพราะตั้งอยู่ใจกลางถนน Orchard เลย จะไปไหนมาไหนก็ใกล้ เดินไปรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แถมยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหารและแหล่ง Shopping ชื่อดังอีกนับร้อย ๆ แห่ง

จากสนามบิน Changi เราสามารถใช้รถไฟฟ้าสาธารณะเดินทางมาถึงสถานี Somerset (NS23)  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 1.90 SGD ( 47.5 บาท ) หรือถ้าต้องการความสะดวก ก็ใช้บริการ Taxi  ค่าโดยสารประมาณ 25-30 SGD ( 625 – 750 บาท ) ต่อคัน

จากแผนที่เราจะเห็นว่า รอบโรงแรมนั้นมีห้างร้านหลายแห่งเลยทีเดียว เช่น 313 Somerset , The Paragon , Centre point   แต่เอาที่ใกล้ที่สุดก็คือห้างของโรงแรมเองอย่าง Mandarin Gallary  ที่เชื่อมต่อกับตัวโรงแรมที่ชั้นล่าง ไม่ต้องเดินออกไปข้างนอกก็กินก็ Shop ได้อย่างสบายใจ

ข้าง ๆ โรงแรมมีร้านสะดวกซื้อและ Star buck 24 ชั่วโมงให้บริการ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรตกถึงท้องในยามดึก

Room

ห้องพักของทางโรงแรมนั้นจะตกแต่งออกในแนว Modern เรียบ ๆ เน้นสีขาวและไม้ เพื่อความสบายของการเข้าพัก แต่จะมีการใส่ลูกเล่นลวดลายต่าง ๆ ในแบบตะวันออกเข้าไปอย่างเหมาะสมในจุดต่าง ๆ ของห้อง ไม่ว่าจะเป็นหัวเตียง พรม หรือวัสดุห้องน้ำ   ห้องมีขนาดกว้างพอที่จะจัดกระเป๋าเดินทางใบไหญ่ได้สบาย ๆ ส่วนห้องน้ำก็กว้างขวาง มีอ่างอาบน้ำและชุดเครื่องใช้สำหรับอาบน้ำให้พร้อม

ที่พิเศษสำหรับแขกที่มาจากต่างประเทศคือจะมีโทรศัพท์มือถือพร้อมซิม สำหรับใช้บริการ Internet ให้ด้วย  ทำให้เราไม่จำเป็นต้องซื้อ Sim หรือ Roaming มือถือจากเมืองไทย นอกจากนี้ยังใช้สำหรับโทรภายในประเทศ  เรียกรถ TAXI  จองร้านอาหาร หรือโทรศัพท์กลับมาที่โรงแรมได้อีกด้วย

ที่เก๋กว่านั้นคือมี APP ที่ทำมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวติดมากับเครื่องด้วย ซึ่ง App ตัวนี้จะมีรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ เบอร์โทร เวลาเปิดปิด เราสามารถกดดูรายละเอียด แล้วใช้ระบบนำทางในโทรศัพท์ได้เลย จะกดโทรเพื่อจองที่นั่ง หรือเรียก Taxi ก็ทำให้เลยจากใน App

นอกจากนี้ก็ยังมีระบบ Express check out  ที่เราสามารถทำการ Check out จากที่ห้องได้เลย ไม่ต้องไปต่อคิวที่ Counter  โดยระบบจะแจ้งยอดค่าบริการเสริม เช่น Mini bar เอาไว้และทำการหักเงินออกจากบัตรเครดิตที่เราใช้ตอนทำการ Check in เลย

CLUB LOUNGE

ที่ชั้น 36 ของโรงแรมมี Meritus Club ซึ่งเป็น Lounge สุดพิเศษสำหรับแขกผู้เข้าพักที่นี่ โดยหน้าต่างจะเปิดรับวิวแบบ 360 องศาเลยทีเดียว ทำให้เห็นวิวเมืองสิงคโปร์ได้อย่างงดงามโดยเฉพาะเวลาค่ำคืนที่มักจะเห็นแขกขึ้นมาจิบไวน์ชมวิว หรือพูดคุยธุรกิจกันอย่างล้นหลาม

สำหรับแขกที่เป็นสมาชิก Meritus Club  จะสามารถใช้บริการอาหารเช้า traditional afternoon tea และ evening cocktails ได้ฟรีทั้งวันอีกด้วย โดยอาหารเช้าจะสามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานที่ห้องอาหารบริเวณชั้น 5 ที่มีไลน์อาหารมากกว่า หรือนั่งแบบสงบ ๆ ที่บริเวณ  Meritus Club Lounge

ที่บริเวณชั้น 5 เป็นห้องอาหารแบบบุฟเฟ่ ให้บริการอาหารเช้าสำหรับแขกทั่วไป อาหารกลางวันและเย็นแบบุฟเฟ่  และยังมีร้านขนมและ Bar ไว้ให้บริการอีกด้วย

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ บริเวณร้านขนมได้ทำเป็นบ้านขนมแบบขนาดเท่าจริงขึ้นมาด้วย ทุกส่วนของบ้านทำจากขนมที่สามารถกินได้ทั้งหมด ส่งกลิ่นหอมหวลไปทั่วบริเวณ Counter check in เลยทีเดียว ถ้าไปพักแช่วงนี้ก็ห้ามพลาดที่จะไปถ่ายรูปเชียว

สรุปว่าสำหรับคนที่กำลังมองหาโรงแรมที่เดินทางสะดวก ไม่ต้องเดินไกลก็หาร้านอาหารอร่อย ๆ หรือแหล่ง Shopping ดี ๆ ได้แล้วล่ะก็  Mandarin Orchard นั้นถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว ราคาเริ่มต้น 287 SGD ต่อคืน ( ประมาณ 7,000 บาท )


ของแถม เที่ยวสนามบินก่อนกลับ

ที่ Changi airport ถือเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก พื้นที่บริเวณอาคารผู้โดยสารกว้างขวางและมักจะมีการจัดกิจกรรมอยู่เสมอ ๆ ฉะนั้นเตรียมเผื่อเวลาก่อนจะบินกลับไว้สักนิด จะได้สำรวจบริเวณสนามบินกันได้ อย่างช่วงคริสต์มาสปี 2016 มีจัดเทศกาล Pokemon ทั้งสนามบิน มีทั้งจุดถ่ายรูป โชว์ไฟ และการแสดง รวมถึงของที่ระลึกต่าง ๆ เกี่ยวกับ Pokemon ให้เลือกซื้อกันด้วย

นอกจากนี้ยังมีร้านคาเฟ่เปิดใหม่อย่าง Hello Kitty garden ให้บริการอีกด้วย ใครไปก็อย่าลืมแวะชิมขนมน่ารัก ๆ ก่อนกลับล่ะ จะได้ปิดทริปสิงคโปร์อย่างสมบูรณ์แบบ